lms webinar-01

กิจกรรม CELT Webinar ในหัวข้อ LMS กับการเรียนการสอน online

Print Friendly

lms webinar-01

เอกสารประกอบการอบรม

http://celt.li.kmutt.ac.th/km/file/2563/OnlineLearning_CourseVille_S1_8Apr.pdf


วิดีโอย้อนหลัง

Part 1 : การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ online

Part 2 : แนะนำ myCourseVille

Part 3 : 8 Tips and Strategies for Effective Online Learning


สรุปเนื้อหากิจกรรม

สรุป webinar2 km-01

LMS กับการเรียนการสอน Online

ปัจจุบันทุกคนกำลังอยู่ในยุคการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Education & lifelong learning transformation) มีสาเหตุดังนี้

  • ยุคของ Digital age 
  • Interruption
  • National pain ของประเทศไทย

ยุคของ Digital age 

– ผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ

-สะท้อนให้เกิดคำถามว่าหน้าที่ของระบบการศึกษาคืออะไร?

Interruption

-มีเหตุเข้ามาแทรก หรือเข้ามาทำให้การศึกษาสะดุด เช่น เหตุการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ

National pain ของประเทศไทย ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

-ความเหลื่อมล้ำ (Inequality) ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี

-Relevancy & competitiveness การศึกษายังไม่ได้ตอบโจทย์สังคม/อุตสาหกรรม

Aging society สัดส่วนวัยแรงงานน้อยลง แต่ผู้สูงอายุมากขึ้น

แนวคิดการปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้

แนวคิดการปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้เริ่มต้นจากคำถาม ดังนี้

New Why อะไรคือคุณค่าแบบใหม่ของการศึกษา และ อะไรคือทิศทางที่การศึกษาต้องมุ่งไป

ยุค 1.0 การศึกษาคือการถ่ายทอดความรู้
ยุค 2.0 การศึกษาเปิดกว้าง
ยุค 3.0 เป็นการเรียนรู้ตามความสนใจ เน้นแก้ปัญหา, สร้างนวัตกรรม, และความสร้างสรรค์
ยุค 4.0 เน้นการนำความรู้ตอบโจทย์บริบทสังคม และอุตสาหกรรม

New What จะสอนอะไรเพื่อให้ตอบโจทย์การศึกษา

New How ปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไร

New Who ผู้เรียนล้วนเป็นใครก็ได้ที่ต้องการ Re – skill และ Up – skill เพราะเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมไปถึง New whom ว่าใครที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา

การสอนออนไลน์ บทบาทของผู้สอนคือ ผู้นำพา (Orchestrate) ให้ผู้เรียนออกไปเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้มาเชื่อมต่อและเชื่อมโยงกันเป็นความรู้ใหม่ และนำไปใช้แก้ปัญหาได้ การสอนออนไลน์ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นตัวเชื่อมโยง (Associate) สิ่งเหล่านี้

การปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้

โจทย์สถาบันการศึกษา คือสร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ คือการพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ที่ตอบความต้องการของสังคม และอุตสาหกรรม นั่นคือ Outcome-based learning

Outcome-based learning คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงหมายถึงกระบวนการจัดการศึกษาที่ต้องเปลี่ยนแปลง การใช้ Digital platform ไม่ใช่แค่ช่วย Deliver แต่คือการบอกว่าการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไปหรือไม่ และเกี่ยวข้องตั้งแต่การกำหนด Learning outcome ที่คำนึงถึง (Empathy) โจทย์ภาคอุตสาหกรรมและสังคม ไปจนถึงการวัด-ประเมินผลคุณภาพ และจัดการข้อมูลป้อนกลับที่จะช่วยในการปรับปรุงและพัฒนา และนำไปสู่การปรับรูปแบบการศึกษาและผลการเรียนรู้

จุดสำคัญที่ควรตระหนักก่อนนำไปปรับรูปแบบการเรียนรู้ มีดังนี้

Learning outcomes

-ต้องตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและสังคมมากขึ้น

-ต้องบอกให้ได้ว่าหลังจากเรียนจบในรายวิชา หรือสำเร็จการศึกษาแล้ว “ผู้ที่เรียนจบ ทำอะไรได้บ้าง มีทักษะ และเจตคติเป็นอย่างไร” (K-S-A)

-ต้องเก็บข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) มาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร

การจัดรูปแบบการเรียนรู้

-ควรเลือกใช้การจัดการเรียนรู้แบบ “Active learning” แม้จะใช้ Digital platform ก็ต้องสร้างความเชื่อมต่อ (Connectivism) ทั้งระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียนด้วย

-เป็นลักษณะการจัดการเรียนการสอนที่ Active & experiential learning และ Blended learning

-Active learning ไม่ใช่ Action learning

Active learning ประกอบด้วย 3 มิติ คือ Thinking, Doing, และ Feeling

Thinking – ควรนำผู้เรียนไปสู่ลำดับขั้นประยุกต์ใช้ (Apply), วิเคราะห์ (Analyze), ประเมินผล (Evaluate) และ สร้างสรรค์ (Create) ด้วยรูปแบบการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนได้ตกผลึกความรู้ แก้ไขโจทย์ปัญหา   ไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนและเรียนพร้อมกันแต่จัดการเรียนรู้แบบ Asynchronous  หรือใช้หลักของ Flipped classroom

-ส่วนที่เป็นการเรียนรู้ในระดับจำและเข้าใจ สามารถจัดเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองหรือทำงานกลุ่ม และมาอภิปรายความรู้กันในภายหลัง

Feeling การเรียนการสอนควรทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกที่ดี ใน 4 องค์ประกอบ ได้แก่

  • การเห็นคุณค่ากับสิ่งที่เรียน (Value)
  • ความท้าทาย (Challenging)
  • ความสนุก (Fun)
  • มีปฏิสัมพันธ์ (Interaction)

องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ผ่านวิธีการ เช่น จัดกิจกรรมการแข่งขันที่ท้าทาย โดยให้สร้างสะพานแข่งกันแทนการสอนบรรยายในเรื่อง Momentum และคาน

Doing เน้นฝึกฝนผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การทำตาม ทำเองได้อย่างถูกต้องจนเชี่ยวชาญ และปรับใช้ความรู้และทักษะได้อย่างคล่องแคล่ว

การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และทรัพยากรสนับสนุน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรม (Behavior) การเรียนรู้ของนักศึกษา ด้านหนึ่งจะขึ้นอยู่กับบุคคล (Person) แต่อีกด้านหนึ่งจะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Learning environment)  แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

Physical learning environment และ Digital learning environment

Physical learning environment

  • ห้องเรียนควรจะมีพื้นที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน (Cooperate and socialize) เช่น จัดพื้นที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมกลุ่ม  การทำงานร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความรู้
  • หอสมุดของสถาบันการศึกษาจะต้องไม่เอื้อให้แค่เข้าไปอ่านหนังสือ แต่ควรมีพื้นที่ที่หลากหลายรูปแบบ ในลักษณะแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้

Digital learning environment

  • สิ่งแวดล้อมแบบดิจิตอลที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Digital learning environment) สามารถเอื้อต่อการเรียนการสอนได้ตั้งแต่การเตรียมการเรียนการสอน การสอน การเก็บหลักฐานการเรียนรู้ของผู้เรียน การวัดและประเมินผู้เรียน จนไปถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาความรู้และการเรียนการสอนร่วมกัน
  • สิ่งสำคัญของการทำ Digital learning environment คือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ 
  • ระบบจัดการขั้นเรียนแบบ Learning management system (LMS) คือการแก้ไข Pain point ที่มีอยู่ในองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเรียนการสอน  ช่วยจัดการชั้นเรียน

Course ville คือ Digital learning platform ที่ Learning innovation center จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา

       มี Teaching tools ช่วยในการจัดการห้องเรียน

       มี Online course platform เพื่อจัดกระบวนการเรียนการสอน

       มี E-portfolio เก็บหลักฐานและร่องรอยการเรียนรู้ของผู้เรียน วิเคราะห์ถึง Skill gap และจัดกลุ่มความถนัดกับความชอบของการเรียนรู้แต่ละบุคคล (Personalize) ซึ่งสามารถนำไปใช้เรื่องการรับรองหลักสูตร การเรียนแบบ Credit bank, Modular

       มี Online PLC ช่วยให้จัดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

กล่าวโดยรวม Digital learning platform จะช่วยให้เกิดการเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data) ของผู้เรียนและ Outcome เพื่อวิเคราะห์ระบบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นข้อมูล และหลักฐานการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งกระบวนการของการจัดการเรียนรู้

ข้อมูล และหลักฐานการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งกระบวนการของการจัดการเรียนรู้ แบ่งได้ตามช่วงเวลาในการเรียนการสอน ดังนี้

Pre-class

-กำหนด Learning outcomes

-การประเมินการเรียนรู้ควรเป็น  Assessment for/as learning ซึ่งส่งผลไปถึงการกำหนดเกณฑ์ประเมินที่เหมาะสม การกำหนดรูบริคต้องชัดเจนว่าคาดหวังให้ผู้เรียนทำอะไรได้บ้างในแต่ละขั้นของการเรียนรู้ และจำเป็นต้องอธิบายให้ผู้เรียนทราบถึงเกณฑ์และวิธีการประเมิน

-ควรออกแบบวิธีการประเมินผลก่อนออกแบบวิธีสอน

-จัดเตรียมและกำหนดช่องทางการสื่อสาร และการถ่ายทอดข้อมูล

-คำนึงถึงความพร้อมและความสามารถของผู้เรียน และสำรวจความพร้อมในการเข้าถึง การใช้อุปกรณ์ ข้อจำกัด อุปสรรคของผู้เรียนในการเรียนออนไลน์ (Accessability)

During-class

ระหว่างการเรียนการสอน แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

2.1 กรณีให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเอง (Self-study) Digital environment ควรเอื้อต่อการติดตามผู้เรียน, และอภิปรายสอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

2.2 กรณีการสอนสด (Live) Digital environment ควรเอื้อในการตรวจสอบการเตรียมความพร้อมของผู้เรียน, สามารถเช็คชื่อผู้เข้าเรียนได้, ทำกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ เช่น บรรยาย ระดมสมอง (Brainstorming) และ สามารถติดตามการเรียนรู้ของผู้เรียนได้

สิ่งสำคัญคือ การติดตามความก้าวหน้า และแม้ว่าการเรียนออนไลน์จะต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องนำตนเอง (Self-directed) แต่ผู้สอนควรกระตุ้นให้เกิดสังคมออนไลน์ ด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน เช่น สอดแทรกการสำรวจความเห็น (Live poll) หรือ สุ่มถาม และทำให้ผู้เรียนรู้สึกได้ว่าผู้สอนสนใจและให้ความสำคัญ ตลอดจนจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน เช่น จัด Discussion board

Post-class

หลังการเรียนการสอน – Digital environment ควรอำนวยความสะดวกให้ผู้สอนสามารถตรวจงานที่มอบหมาย, ทดสอบ, ให้ข้อมูลป้อนกลับ (ทั้งวิธีการเรียน และ Outcome), ประมวล และสรุปผลการเรียน รวมถึงให้ผู้เรียนประเมินการเรียนการสอน (Course evaluation)

อีกทั้งควรเอื้อให้ ผู้เรียน ผู้สอน และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตาม Outcome ในระดับภาพรวมของหลักสูตร (Curriculum mapping) ด้วย เพื่อให้เห็นว่า ทำไม (Why) จึงต้องเรียนสิ่งนี้ และคุณค่า (Value) อะไร ผู้เรียนได้รับจากการเรียน ไม่ใช่เพียงแค่แจ้งเอกสารรายวิชาเฉพาะในการเรียนการสอนครั้งแรก

การวัดและประเมินผล

  • อาจารย์ประจำวิชาหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วัดและประเมินผู้เรียน
  • ผู้เรียนคือผู้ที่นำการเรียนรู้ของตนเอง (Self-directed Learning) ทั้งกำหนดเป้าหมาย วางแผน จัดการเรียนรู้ของตนเอง ประเมิน และสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง
  • ผู้สอนจะช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถนำ (Direct) การเรียนรู้ของพวกเขา คือ การออกแบบรูบริค (Rubric) ที่ชัดเจน เพื่อชี้แนะแนวทางให้ผู้เรียนรู้ว่าหลักฐานของการเรียนรู้ที่พวกเขาต้องแสดงออกมาคืออะไร ร่องรอยอะไรที่จะแสดงว่าพวกเขามีความรู้ ทักษะ หรือทัศนคติ ตามที่กำหนดไว้ใน Outcome ของบทเรียน

บทความสรุปกิจกรรม โดย นายณัฐวุฒิ คุ้มทอง นักพัฒนาการศึกษา สถาบันการเรียนรู้ มจธ.