webinar visual1-01

กิจกรรม Visual thinking to clarify + communicate

Print Friendly

สรุปเนื้อหากิจกรรม

สรุป visual KM-01

Visual thinking to clarify & communicate

4 หลักการของ Visual thinking 

  • สื่อสารโดยใช้ทั้งคำและภาพ (verbal & visual) จะช่วยให้การรับรู้ของสมองทำงานได้ดี ช่วยให้ความคิดชัดเจนขึ้น ดึงความทรงจำได้มากขึ้น Visual thinking เป็นตัวช่วยปรับความเข้าใจ ใช้เสริมกับการพูดคุยทำให้เห็นความต่างของสิ่งที่เราเข้าใจได้ ถ้าไม่วาดภาพออกมา ทั้งผู้พูดและผู้ฟังอาจจะคิดไปว่าเข้าใจตรงกัน แต่การวาดภาพช่วยให้รู้ว่าอาจมีความเข้าใจที่เหลื่อมกันอยู่
  • Thinking ideas, Not art: ประเด็นสำคัญของ Visual thinking คือ การคิด นั่นคือใช้ภาพเพื่อให้ความคิดชัดเจนขึ้น จึงไม่เน้นที่ความสวยงาม หรือจำเป็นต้องมีทักษะการวาดภาพ 
  •  ใช้จินตนาการ และปล่อยให้มือพาไปคือวาดด้วย speed ที่เร็ว วาดไปคิดไป เพื่อให้รูปทันความคิดของเรา จะช่วยให้ความคิดเรากระจ่างขึ้น ต่อความคิดไปได้เรื่อย และใช้ keyword เป็นตัวช่วย
  • ในการคิดโดยใช้ภาพช่วยนั้น 80 % มาจากการทำความเข้าใจจากประสบการณ์ของตน และดึงข้อมูลจากความทรงจำ โดยมีภาพมาช่วยอีก 20 % ฉะนั้น Visual thinking จึงไม่กำหนดว่าต้องเป็นภาพวาดที่สวยงามหรือเหมือนจริง 100 % และการนึกถึงสิ่งต่างกันในเรื่องเดียวกันนั้น เป็นไปตามประสบการณ์ก่อนหน้าของแต่ละคน 

เทคนิคภาพ 4 แบบ 

  • ภาพสัญลักษณ์ (symbol / Icon) ใช้การคิดแบบ Convergent thinking “ลู่เข้าสู่จุดสำคัญเด็ดยอด เร็วสุด เลือกอย่างรวดเร็ว เหมาะกับการสรุปประเด็น 

ข้อดีของการใช้สัญลักษณ์ คือ สื่อสารได้ง่าย ข้อเสีย คืออาจมีไม่กี่สัญลักษณ์หลักที่ทุกคนจะเข้าใจได้ตรงกัน (เช่น ตราชั่ง  คือความยุติธรรม นกพิราบ คือสันติภาพ)

  • ภาพเปรียบเทียบ (analogy)  ใช้การคิดแบบ Divergent thinking “แตกหน่อ ต่อยอดเน้นความหลากหลาย เหมาะกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดหลากหลาย
  • ภาพแผนผังแผนภาพ (diagram) ใช้การคิดแบบ Analytical thinking “ผ่า ย่อย แยกองค์ประกอบเหมาะกับการใช้เมื่อรู้องค์ประกอบย่อยของเรื่องนั้น
  • ภาพฉาก / เรื่องราว (scene) ใช้การคิดแบบ Critical and Creative thinking “เปิดลิ้นชักในหัวคิดเพื่อเลือกฉากสำคัญ และสร้างสรรค์ออกมา

การใช้ Visual thinking

  • Visual aid for storytelling ช่วยในการเล่าเรื่อง ให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลที่สื่อสารผ่านการเล่าและการเห็นภาพ
  • Visual facilitation เมื่อนำการสนทนาแลกเปลี่ยน ระดมความคิด
  • Visual note taking เพื่อบันทึกประเด็น ใช้ทบทวนความเข้าใจของตนเอง
  • Visual accelerated classroom นำไปใช้ในการเรียนการสอน ทำได้ทั้งผู้สอนและผู้เรียน

Template ใน Visual Thinking

Screen Shot 2020-04-29 at 3.54.52 PM

กิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับฝึกฝนทักษะ Visual Thinking

กิจกรรม Squiggle birds 

Step1 วาดตารางลงกระดาษ ทั้งหมด 12 รูป

Step2 วาดภาพปิดให้หลากหลาย ลงในตาราง

Step3 เติมภาพให้เป็นนก

กิจกรรม Quick draw

Step1 วาดตารางลงกระดาษ ทั้งหมด 12 รูป (2 แผ่น/2 ชุด)
Step2
วาดภาพตามโจทย์จากเพื่อน ดังนี้

แถวที่1 “คำกริยา 1 คำ

แถวที่2 “ 1 ประโยค จากหนังสือ

แถวที่ 3 “คำที่เป็นนามธรรม”  

Step3 วาดภาพโดยใช้เทคนิคการวาดภาพ 4 แบบ

กิจกรรม ฝึกใช้ภาพเพื่อจับประเด็นความคิดที่เป็นเรื่องราว

Step1 จับคู่กับเพื่อน

Step2 แบ่งหน้าที่ ระหว่างผู้เล่าผู้บันทึกด้วย Visual โดยใช้โจทย์ชีวิตของเราในช่วงโควิด

Step3 สลับหน้าที่กัน

Tips:

  • ไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องใช้เทคนิคใดกับการสื่อสารอะไร เพราะขึ้นกับเจตนาของการสื่อสาร เช่น ถ้าสื่อสารกับตัวเองอาจจะใช้สัญลักษณ์แบบที่ตนทำความเข้าใจเองได้ แต่ถ้าอยากจะสื่อสารกับคนอื่น เช่น ต้องการทำให้เห็นว่าเรื่องนั้นมี action อะไรบ้าง อาจใช้เทคนิค scene ในการวาด จะช่วยให้ผู้อื่นทำความเข้าใจได้ชัดเจนมากขึ้น
  • หากใช้มากกว่า 1 เทคนิค ควรจัดวางภาพให้ดี แต่แนะนำว่าควรเลือกใช้ไม่เกิน 2 แบบ เช่น ใช้สัญลักษณ์ซึ่งเข้าใจได้ง่ายแทรกเข้าไปในฉากหรือเรื่องราว
  • การทำ Visual thinking มีทั้งข้อดี และข้อควรระวัง

ในขณะทำ Visual thinking เราจะใช้ทั้งหัวคิด หูฟัง มือวาด ทำให้ใช้แรงพอสมควร

ทำให้ถูก distract จากสิ่งอื่นได้ยาก

ในขณะที่พยายามตั้งใจวาดภาพ ต้องระวังมิให้หลุดโฟกัสจากคู่สนทนา และเสียโอกาสที่จะรับรู้  ภาษากายของผู้ที่เรากำลังสื่อสารด้วย

  • ควรเตรียมทำความเข้าใจไว้ก่อนว่าเรื่องนั้นเกี่ยวกับอะไร จากนั้นใช้ template ของการวาดที่สอดคล้องกับเรื่องราว
  • สำหรับผู้เริ่มต้นฝึก Visual thinking ควรเริ่มฝึกจากการวาดให้ตัวเองเข้าใจก่อน ถ้าจะสื่อสารกับคนอื่น ควรทำ second draft ที่ well-design และจัดระเบียบภาพวาด เพื่อให้คนอื่นเข้าใจได้มากขึ้น
  • ฝึกสะสมและเก็บคลังภาพไว้ (visual library) เพื่อที่จะสามารถดึงมาใช้เมื่อต้องการสื่อสาร
  • เมื่อเราตามเรื่องราวไม่ทัน/วาดภาพไม่ทัน อาจเขียนคำกำกับไว้ก่อน และข้ามไปส่วนอื่น จากนั้นจึงกลับมาถามผู้พูดในภายหลัง

Q & A
Q:
กังวลว่าวาดรูปไม่สวย จะทำ Visual thinking ได้ไหม

A: จากหลักการ 20/80 ภาพที่ใช้สำหรับ Visual เหมือนแค่ 20% ก็พอ แต่ให้สามารถสื่อสาร และเข้าใจได้ ส่วนอีก 80% คือการทำความเข้าใจที่จะมาจากประสบการณ์ของแต่ละคนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมือน 100%


Q: Visual thinking เหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไรบ้างหรือไม่
A:
ถ้าอยากฝึกทักษะของตนเอง ก็สามารถใช้ได้กับทุกอย่าง  โดยอาจคิดว่าการใช้ภาพช่วยคิดนี้ ช่วยเราได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้อยากใช้งาน และฝึกฝน
   
แต่ในกรณีที่ทำ Visual thinking แล้ว รู้สึกว่ากังวล หลุด หรือกดดัน ความคิดไม่ไหลลื่น รู้สึกประณีตเกินไป กับการสื่อสารนั้น ก็อาจจะหยุดการใช้ Visual thinking ก่อนได้ ระหว่างทำ Visual thinking ผู้ทำควรรู้สึก Fun, Fast, Flow

Q: เคยวาดแล้วพลาดหรือสื่อสารผิดบ้างหรือไม่ แล้วแก้ไขอย่างไร

A: เคยพลาดมาหลายครั้ง แก้ไขโดยเก็บ Feedback แล้ววาดแก้ไขใหม่ ซึ่งในการวาดใหม่ให้นึก template ที่เหมาะสมไว้ก่อน ไม่ควรใช้เกิน 3 template ต่อ 1 หน้า และแก้ไขใหม่โดยเปลี่ยน keyword

Q: ขอคำแนะนำสำหรับใช้ visual note taking กับงานที่เป็นข้อความเยอะ เช่น กฎระเบียบต่าง

A: ใช้เทคนิคแบบ diagram จะเหมาะกับการจับประเด็นที่เป็นข้อความจำนวนมาก กรณีใช้ในการจดประชุม ถ้าเรารู้ประเด็นก่อน เราก็อาจจะนึกไว้ก่อนว่าเราจะสื่อสารเป็นขั้นตอน เช่น แยกเป็นขั้น ใครเกี่ยวข้องบ้าง ในแต่ละ timeline / organization chart แต่อาจผสมเทคนิคอื่นไปด้วย เช่น ใช้เทคนิค scene ด้วยการใช้ภาพฉากอื่นมาประกอบ


สรุปกิจกรรมโดย น.ส.จันทิมา ปัทมธรรมกุล นักวิจัย สถาบันการเรียนรู้ มจธ.