Authentic-01

การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)

Print Friendly

Authentic-01

การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)

โดย ผศ. ดร.มนตา ตุลย์เมธาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
เรียบเรียงโดย ทีม CELT


Authentic-02

Assessment กับ Evaluation ต่างกันอย่างไร

เมื่อพูดถึงการประเมิน เรามักเกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดระหว่างคำว่า Assessment กับ Evaluation โดยทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกันที่วัตถุประสงค์ของการประเมิน ดังนี้
Evaluation คือ การประเมินด้วยการตัดสินจากคุณภาพ ที่ได้จากการวัด และเปรียบเทียบกับเกณฑ์ (Criteria) ที่กำหนด เพื่อประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
Assessment
คือ การประเมินจากการเพิ่มคุณภาพ เพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่าตนเองสามารถทำอะไรได้ และมีแนวทางการพัฒนาต่อไปได้อย่างไร

Authentic-03

การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)

การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงนั้น ภาระงานของผู้เรียนที่ผู้สอนให้ไปจะต้องสามารถปฏิบัติได้ในชีวิตจริงมีความหมาย และเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน ซึ่งในหนังสือ ตำราส่วนใหญ่ ต่างยอมรับว่า “วิธีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงเป็นวิธีที่ดีที่สุด”

Authentic-04

ตัวอย่างการประเมินทั่วไปและการประเมินตามสภาพจริง

ในการประเมินทั่วไป เมื่อต้องการประเมินผลการเรียนจะต้องหยุดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนสอบประเมินผลการเรียน แต่สำหรับการประเมินตามสภาพจริง การประเมินผลไม่จำเป็นต้องหยุดการเรียนการสอน แต่สามารถประเมินผลในระหว่างการเรียนการสอน

Authentic-05

ในการประเมินทั่วไป ผู้เรียนจะทราบผลคะแนนจากการประเมินผลการเรียน เช่น ได้ 3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 เป็นต้น แต่สำหรับการประเมินตามสภาพจริงนั้น ผู้สอนจะต้องแสดงคะแนน และข้อความในการสื่อสารว่าผู้เรียนต้องปรับปรุง แก้ไขในส่วนใด

Authentic-06

ในการประเมินผลทั่วไป ผู้สอนจะเป็นผู้บอกว่าสิ่งใดถูกหรือผิด แต่ในการประเมินผลตามสภาพจริงนั้น ผู้เรียนสามารถประเมินตนเองได้ และตอบได้ว่าสิ่งใดถูกหรือผิด เพราะอะไร เช่น ครูเล่นโน้ตเพลงผิด ผู้เรียนสามารถบอกได้ว่าผิด และผิดอย่างไร

Authentic-07

ในการประเมินผลทั่วไปจะมุ่งเน้นไปที่การสอบเท่านั้น แต่สำหรับการประเมินผลตามสภาพจริงนั้น ไม่มีเครื่องมือในการประเมินผลชิ้นเดียว แต่จะต้องประเมินหลายครั้ง ติดตามเป็นระยะ ทั้งในรูปแบบการสังเกต สัมภาษณ์ การสอบ ปฏิบัติ และอื่น ๆ จากนั้นนำมาประเมินในตอนสุดท้ายอีกครั้ง โดยเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลนั้นมีหลากหลาย

Authentic-08

ประเภทของการทดสอบ (Type of Tests)

  1. Performance Test การวัดประเมินผลงานปฏิบัติ โดยดูจากกระบวนการและชิ้นงาน
  2. Paper-pencil Test การสอบในรูปแบบต่างๆ เช่น Essay, Short Answer, True-False, Completion, Matching และ Multiple choice
  3. Oral Test การสอบปากเปล่า เช่น สอบวิทยานิพนธ์

Authentic-09

ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ (OLE)

(Ralph W.Tyler,1930)

ประกอบด้วย
O: Objective จุดมุ่งหมาย
L: Learning Experience การจัดประสบการณ์เรียนรู้
E: Measurement and Evaluation การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
โดยทั้ง 3 ส่วนประกอบจะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

Authentic-10

ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ (OLE)

(Fink,2003:62)

มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยและดียิ่งขึ้นโดยเปลี่ยนจาก

O: Objective เปลี่ยนเป็น Learning Goals จุดมุ่งหมาย
L: Learning Experience เปลี่ยนเป็น Teaching and Learning Activities การจัดประสบการณ์เรียนรู้
E: Measurement and Evaluation เปลี่ยนเป็น Feedback and Assessment การให้ข้อมูลป้อนกลับและประเมินผลการเรียนรู้

Authentic-11Authentic-12

เกณฑ์การให้คะแนน: การประเมินตามสภาพจริง

ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนการประเมินของผู้สอนว่าเป็นไปตามการประเมินตามสภาพจริงหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากเกณฑ์ 9 ด้าน ดังนี้

สูง   ต่ำ
บริบทของการประเมิน
Realistic Activity or context
ชิ้นงานและวิธีการประเมินใกล้เคียงกับชีวิตจริงนอกห้องเรียน
20 15 10 5 0
         
Cognitive complex
ต้องใช้ทักษะการคิดขั้นสูงในการทำชิ้นงานให้สำเร็จ
10 8 5 2 0
         
Performance-based
ประเมินทักษะและความสามารถจากการปฏิบัติหรือสร้างสรรค์ผลผลิต
5 4 3 2 0
บทบาทของผู้เรียน
Formative Assessment
การประเมินให้ feedback ผู้เรียนเพื่อกำกับการเรียนรู้ของตนเอง คะแนนไม่มีผลต่อเกรด
10 8 5 2 0
         
Collaborative
ผู้เรียนร่วมกันกับผู้เรียน หรือครู ในการทำชิ้นงาน การประเมินการปฏิบัติ และอาจรวมถึงการออกแบบการประเมิน
10 8 5 2 0
         
Defense is required
ผู้เรียนนำเสนอคำตอบหรือผลการปฏิบัติชิ้นงานและตอบข้อซักค้าน ซึ่งอาจนำเสนอหน้าชั้นเรียน หรือเป็นข้อเขียนในส่วนหนึ่งของการประเมิน
5 4 3 2 0
กระบวนการให้คะแนน
Multiple indicators or portfolio
คะแนนจากการประเมินมาจากการสะท้อนคะแนนหลายส่วน หลายองค์ประกอบ หรือจากแฟ้มสะสมงานและผลงานผู้เรียน
20 15 10 5 0
         
Criteria known by students
ผู้เรียนทราบกฎการให้คะแนน หรือเป็นส่วนหนึ่งการกำหนดกฎการให้คะแนน ครูอาจใช้เกณฑ์การให้คะแนนเป็น ส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน
15 12 8 4 0
         
Mastery expectation
ชิ้นงานและคะแนนถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนการรอบรู้ของผู้เรียนทั้งในส่วนทักษะและความสามารถ(เน้นอิงเกณฑ์ ไม่อิงกลุ่ม)
5 4 3 2 0
รวม (คะแนนเต็ม=100)

Authentic-13

Formative VS Summative

สำหรับการประเมินแบบ Formative จะเป็นการติดตามความก้าวหน้าระหว่างกระบวนการทำงาน ส่วน Summative เป็นการดูจากผลสรุปในตอนสุดท้าย ซึ่งผู้สอนจะต้องติดตามความก้าวหน้าแบบ Formative Assessment เป็นที่ละขั้นเหมือนการปีนขึ้นบันไดและวัดประเมินผลในตอนสุดท้าย (Summative Assessment)

Authentic-14

ซึ่งผู้สอนจะต้องติดตามความก้าวหน้าแบบ Formative Assessment เป็นที่ละขั้นเหมือนการปีนขึ้นบันได (ดังรูป) และวัดประเมินผลในตอนสุดท้าย (Summative Assessment) ซึ่งจุดประสงค์ของการวัดประเมินผลในชั้นเรียน แบ่งได้ 3 จุดประสงค์ ได้แก่

  1. Assessment for learning จะเป็นการวัดประเมินผลที่เป็นผลดีต่อผู้เรียนและผู้สอน เมื่อผู้สอนวัดประเมินหลังการสอน แล้วนำมาปรับปรุง พัฒนาวิธีการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
  2. Assessment as learning จะเป็นการวัดประเมินผลขณะที่เกิดการเรียนรู้ (Formative Assessment) ซึ่งจะเกิดผลดีต่อผู้เรียนเป็นหลัก โดยผู้เรียนนั้นจะสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ว่าทำถูกต้องหรือไม่ ผิดพลาดและแก้ไขอย่างไร
  3. Assessment of learning จะเป็นการวัดประเมินผลในตอนสุดท้ายจากผลงาน (Summative Assessment)

Authentic-15

จากรูป ในอดีตจะนิยมวัดและประเมินผลในรูปแบบ Assessment of learning ซึ่งจะเป็นการวัดประเมินผลในตอนสุดท้ายจากผลงาน (Summative Assessment) ส่วนในปัจจุบันได้ปรับฐานความคิดเป็นการวัดและประเมินผลในรูปแบบ Assessment as Learning จะเป็นการวัดประเมินผลขณะที่เกิดการเรียนรู้ (Formative Assessment) ซึ่งจะต้องเกิดผลดีต่อผู้เรียนเป็นหลัก จากนั้น ผู้สอนนำ Assessment for Learning มาปรับปรุงการเรียนการสอนของตนเอง และวัดและประเมินผล Assessment of Learning สุดท้ายของผลงาน

Authentic-16

ประเภทของการประเมินความก้าวหน้า Formative Assessment

  1. รูปแบบทางการ (Formal): ควิซ, แบบทดสอบ, คะแนน 0 – 100
  2. รูปแบบไม่ทางการ (Informal): การถามคำถาม, การสังเกต, การรับฟัง, การตรวจงานของผู้เรียนขณะเรียนรู้

ประเภทของคำถาม (Powerful Types of Questions)

ในห้องเรียนรูปแบบเดิม ผู้สอนยังคิดยึดติดกับคำถามปลายปิด ใช่ หรือ ไม่ใช่? ซึ่งเป็นการปิดโอกาสการคิด วิเคราะห์ของผู้เรียน ผู้สอนสามารถใช้คำถามด้วย อะไร? (What?) ทำไม (Why?) เมื่อไร (When?) อย่างไร (How?)  ที่ไหน (Where?) ใคร (Who?) จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์มากยิ่งขึ้น

Authentic-17

เครื่องมือที่ใช้ในการวัดประเมินผล

จากรูปจะเห็นได้ว่า เครื่องมือที่ใช้ในการวัดประเมินผลนั้นมีการนำมาเลือกใช้ที่แตกต่างกัน  เครื่องมือที่เหมาะสมกับ Summative Assessment เช่น การทดสอบเมื่อจบบทเรียน, การสอบปลายภาค, ควิซ, แบบทดสอบ เครื่องมือที่เหมาะสมกับ Formative Assessment เช่น การอภิปรายในชั้นเรียน, ติดตามความคืบหน้าชิ้นงาน

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่สามารถประเมินร่วมกันได้ทั้ง Formative และ Summative เช่น การมอบหมายงาน Project ผู้สอนสามารถประเมินความก้าวหน้าจากการปฏิบัติระหว่างทางได้ และเมื่อจบ Project ก็สามารถประเมินเพื่อตัดเกรดได้

Authentic-18

รูบริคประเมินคุณภาพของการประเมินเพื่อติดตามความก้าวหน้า (Formative Assessment)

ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนการประเมินของผู้สอนว่าเป็นไปตามการประเมินเพื่อติดตามความก้าวหน้าหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากเกณฑ์ 7 ด้าน ตามภาพด้านบน

Authentic-19

หลักการในการให้ Feedback

1.เมื่อตอนเริ่ม จะต้องทำการบอกผู้เรียนก่อนว่าจะไปไหน ทำอะไร (Feed Up)
2.จากนั้น ระหว่างทางจะต้องบอกผู้เรียนว่าทำแล้วเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ (Feed Back)
3.เมื่องานเสร็จเรียบร้อย จะทำอะไรต่อไป (Feed forward)

Authentic-20

ซึ่งในการ Feed Up, Feed Back และ Feed Forward สามารถกระทำได้ 4 ระดับ ได้แก่

  1. Task level การให้ Feedback ต่องานหรือชิ้นงานว่าเป็นอย่างไร ดีหรือไม่
  2. Process Level กระบวนการทำงาน
  3. Self-regulation Level คุณลักษณะพึงประสงค์ต่างๆ ของตนเอง
  4. Self-level ประเมินตนเอง

Authentic-21

 “แซนด์วิชฟีดแบค” (Sandwich Feedback Technique)

เทคนิคการให้ Feedback ใน 3 กระบวนการคือ  ยกย่อง ติเตียน ยกย่อง

ตัวอย่าง ผมได้อ่านรายงานของคุณเมื่อเช้า สำนวนการเขียนดีมาก ๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย สรุปครบ ตรงประเด็นดี ผมชอบ (ชม) ติดที่ส่งช้าไปหน่อย ถ้าเร็วกว่านี้จะเยี่ยมเลย (ติ) ยังไงก็พัฒนาต่อไป เพื่อน ๆ ก็บอกว่าคุณมีความสามารถด้านนี้นะ (ชม/ให้กำลังใจ)

Authentic-22

หลักการให้ Assignment

  1. บอกผู้เรียนให้ชัดเจนว่าจะต้องทำอะไร
  2. แสดงให้เห็นว่ามีวิธีการปฏิบัติงานอย่างไร
  3. ทำให้ผู้เรียนเห็นว่าทำไมเขาถึงควรทำงานนี้
  4. เชื่อมโยงบทเรียนก่อนหน้าและบทเรียนใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพรวมของรายวิชา
  5. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงาน
  6. 6. คาดคะเนถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและแนะนำวิธีการแก้ไขแก่ผู้เรียน
  7. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

Authentic-23

กรณีศึกษา Assessment for Learning in KS3/4 Science – Andy and Physics

จากกรณีศึกษา ครู Andy เป็นครูที่ให้กำลังใจแก่ผู้เรียนได้อย่างดีมาก

Authentic-24

ในระหว่างการสอนในห้องเรียน ครู Andy จะใช้เกมวงล้อความพิโรธในการดำเนินการสอน ซึ่งลักษณะเกมนั้นผู้เรียนจะสุ่มหยิบกระดาษมาคนละ 1 แผ่น ในกระดาษจะมีคำถาม 1 ข้อ และคำตอบ 1 ข้อ ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามข้ออื่น เมื่อเพื่อนร่วมชั้นอ่านคำถามจบ คำตอบของใครตรงกับคำถามนั้นจะยกมือตอบและอ่านคำถามของตนเองวนต่อไปเรื่อย ๆ จบครบทั้งห้อง

Authentic-25

ส่วนอีกเกมที่ครู Andy ได้นำมาใช้ระหว่างการสอนในห้องเรียนคือเกมแต่งประโยค บนกระดานมีกระดาษ 30 ชิ้น ใต้แผ่นกระดาษจะมีคำศัพท์ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนไปในปีนี้ จากนั้นให้ผู้เรียนเลือกสุ่มมา 1 แผ่น และทำการแต่งประโยค ซึ่งเกมต่างๆ นี้จัดเป็น Formative Assessment

Authentic-26

กรณีศึกษา Assessment for learning in KS3/4 Science – Anita and Biology

ในระหว่างการสอนครู Anita เมื่อครูตั้งคำถามในชั้นเรียนจะให้ผู้เรียนเขียนคำตอบแล้วยกให้ดู วิธีนี้เป็นการติดตามผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระหว่างเรียน (Formative Assessment)

Authentic-27

ครู Anita ประกาศเกณฑ์การให้คะแนนผู้เรียนตั้งแต่คาบแรก คือการใช้เทคนิค “ขั้นบันได” เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการเรียนรู้ของตนเอง ครู Anita ได้ให้ผู้เรียนมีโอกาสประเมินผลงานของผู้เรียนรุ่นก่อนโดยใช้ระบบขั้นบันได ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้เห็นในแบบที่ครูเห็น ซึ่งเมื่อผู้เรียนปฏิบัติงานของตนเองก็จะเข้าใจและสามารถประเมินผลงานของตนเองได้ รวมถึงทราบว่าทำอย่างไรถึงจะไปยังขั้นบันไดที่สูงขึ้นได้

Authentic-28

ครู Anita ได้ใช้ประสบการณ์จากการทำงานกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจวิทยาศาสตร์ รวมถึงการสร้างสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อประกอบอาชีพและเชื่องโยงไปสู่งานปฏิบัติงานในชั้นเรียน

จากกรณีศึกษาของครู Andy และครู Anita จะเห็นได้ชัดในเรื่องของการให้ Feedback แก่ผู้เรียนได้ดี

Authentic-29

สาระจากกิจกรรมการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
โดย ผศ. ดร.มนตา ตุลย์เมธาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ในวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. ผ่าน Application Zoom