student-engagement-460-345

แนวคิดและงานวิจัยด้าน Student Engagement

Print Friendly

Student Engagement คือการนำเสนอสองประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของมหาวิทยาลัย ประเด็นแรกคือนำเสนอปริมาณเวลาที่นักศึกษาใช้ในกิจกรรมต่างๆหรือเวลาที่ใช้ในการเรียนและการศึกษาระหว่างการอยู่ที่มหาวิทยาลัย ประเด็นที่สองคือมหาวิทยาลัยได้มีการจัดเตรียมแหล่งทรัพยากรหรือมีการจัดการหลักสูตรและเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับนักศึกษามากน้อยเพียงใด ซึ่งข้อมูลนี้ผ่านการศึกษาเป็นเวลา 10 ปี เพื่อเชื่อมโยงไปถึงการเรียนรู้ของนักศึกษา (About NSSE, What is student engagement :http://nsse.iub.edu/html/about.cfm)

แนวคิด Student engagement

  1. เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมและสร้างความพร้อมในการเรียนและการใช้ชีวิตของนักศึกษา ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งกำลังดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อสร้างความพร้อมแก่นักศึกษาใหม่ในการปรับตัวต่อชีวิตการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากประสบการณ์เดิมของนักศึกษา
  2. Student engagement หมายถึง การดำเนินงานของสถาบันที่สร้างโอกาสการเข้าถึงและเข้าใจทัศนคติ ปัญหา ความคับข้องใจและความต้องการการช่วยเหลือของนักศึกษา รวมทั้งการแสวงหาการดำเนินงานเพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทัศนคติที่จะนำตนเองให้พร้อมยอมรับและเต็มใจต่อพันธภาระทางการศึกษา รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่ตนเองจะต้องเผชิญ
  3. การดำเนินงานในด้านนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและสร้างระบบการดำเนินงานที่เชื่อมโยงจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น คณะวิชา ศูนย์ให้คำปรึกษา ศูนย์การเรียนรู้ อาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษา โดยมีงานวิจัยเพื่อสำรวจทัศนคติ ปัญหา ความคับข้องใจและความต้องการการช่วยเหลือของนักศึกษา เป็นฐานสนับสนุนการดำเนินงาน
  4. กิจกรรมการดำเนินงานอาจทำได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การสร้าง Peer Group Model กิจกรรมเรียนรู้ตนเอง การสร้างเป้าหมายชีวิต เป็นต้น

โดยส่วนใหญ่ Student Engagement จะใช้สำหรับเป็นตัวประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา หรือ การพัฒนานักศึกษา โดย  คำว่า “Engagement” มักใช้ในการอธิบายความหลากหลายของพฤติกรรมและทัศนคติของนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพของการเรียนรู้ในระดับปริญญาตรีให้สูงขึ้น บางครั้ง Engagement จะใช้เพื่ออธิบายลักษณะ พฤติกรรมของนักศึกษาซึ่งกล่าวว่าพวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในมหาวิทยาลัยมากกว่านักศึกษาคนอื่นๆ ซึ่ง Engagement อาจหมายรวมถึงการใช้เวลา พลังงาน ทรัพยากรต่างๆ ที่นักศึกษาจะใช้เพื่อการทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมเหล่านี้ก็ถูกวัดอย่างง่ายๆ จากการที่นักศึกษาใช้เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัย การใช้เวลาในการเรียน หรือการใช้เวลาเพื่อการทำงานกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของนักศึกษา จากความหมายข้างต้นการวิเคราะห์แนวคิด Student Engagement จึงมาจากฐานคิดเรื่องการมีส่วนร่วมของนักศึกษาเป็นหลัก

จากผลการสำรวจ The National Survey of Student Engagement (NSSE) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อประเมินขอบเขตการมีส่วนร่วมของนักศึกษาและสิ่งที่นักศึกษาได้รับจากประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย โดยมีเครื่องมือหลักที่ใช้ในการศึกษาคือ The College Student Report และใช้แบบสอบถามนักศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลพฤติกรรมของนักศึกษาในช่วงอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีความสัมพันธ์อย่างมากต่อการออกแบบการเรียนรู้ และการพัฒนานักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยจากการสำรวจพบว่า ในช่วงปีแรกของการเข้าศึกษา นักศึกษาจะมีการเรียนน้อย เขียนน้อย และอ่านน้อยกว่าที่พวกเขาคิด ทั้งนักศึกษาและสถาบันเองจำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบและแก้ไขในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้ร่วมกัน ซึ่งจากการศึกษายังพบอีกว่าเมื่อสถาบันได้ทำการจัดกิจกรรมบางอย่างขึ้น นักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านั้น ดังตัวอย่างเมื่อคณาจารย์ได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะทางการศึกษา การเขียน การเรียนรู้ร่วมกัน หรือการใช้มุมมองที่หลากหลายเพื่อให้เข้าใจประเด็นต่างๆ ซึ่งนักศึกษามักจะเข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ และจากการเห็นช่องว่างระหว่างความคาดหวังของนักศึกษาแรกเข้า กับระดับการมีส่วนร่วมในปีแรกของชีวิตในมหาวิทยาลัย ทำให้สถาบันสามารถพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรองรับนักศึกษาใหม่รุ่นต่อไปได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาความสัมพันธ์ของ Student Engagement ที่มีต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา พบว่า นักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการมีส่วนร่วมในมหาวิทยาลัยมากกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ในขณะที่นักศึกษาปี 1 และนักศึกษาปีสุดท้ายจะมีรูปแบบการมีส่วมร่วมที่แตกต่างกันรวมไปถึงผลการเรียนที่ต่างกันด้วย และมหาวิทยาลัยมักจะเปลี่ยน Student Engagement ให้เป็นแบบทดสอบการคิดเชิงวิพากษ์ในระดับสูง

ตัวอย่าง Student Engagement Strategies ของสถาบันต่างๆ

  • Winston-Salem State University นักศึกษาใหม่และนักศึกษาเทียบโอนที่มีการลงหน่วยกิตวิชาเรียนไม่ถึง 30 ชั่วโมง จะต้องลงทะเบียนวิชาการปรับตัวเป็นจำนวนหนึ่งในสามของนักศึกษาใหม่ โดยแต่ละกลุ่มวิชาจะถูกกำหนดขึ้นสำหรับนักศึกษาที่สนใจวิชาเฉพาะด้าน โดยมาจากการคิดของคณาจารย์ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาเข้าใหม่ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญสอนในแต่ละกลุ่มสำหรับนักศึกษาที่ยังตัดสินใจเลือกเรียนวิชาที่ตนเองถนัดไม่ได้
  • California State University Monterey Bay ในวิชาสัมมนาสำหรับนักศึกษาในปีแรก นักศึกษาใหม่ทุกคนจะต้องออกแบบแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล (Individual Learning Plan: ILP) ซึ่งจะช่วยแนะแนวทางการเรียนระดับปริญญาตรี ในประเด็นต่างๆ เช่น ความต้องการให้รุ่นพี่สาขาวิชาเดียวกันมาแนะนำเกี่ยววิชาสัมมนา ซึ่งจะทำให้นักศึกษาใหม่ปรับปรุง ILP ของตนเองเพื่อปรับเปลี่ยนหรือเพื่อตอบสนองแผนการศึกษาและเป้าหมายวิชาชีพของตนเองในอนาคต
  • University of Texas EI Paso มีวิชา University 1301 ซึ่งเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับการส่งผ่านสู่มหาวิทยาลัย ซึ่งคิดโดยทีมการเรียนการสอน คณาจารย์ แกนนำนักศึกษา และบรรณารักษ์ เนื้อหาของวิชานี้เน้นการเรียนแบบ Active Learning ซึ่งคือการเปิดเวที และมี Group Project ผู้สอนและผู้นำนักศึกษาจะพบกับนักศึกษาสองครั้งระหว่างเทอมเพื่อดูความคืบหน้าของการศึกษา
  • Miami University’s เริ่มมีการกระตุ้นให้นักศึกษามีความสนใจเรื่องเวลาที่ใช้ระหว่างการอยู่ในมหาวิทยาลัย และสะท้อนกลับถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งในและนอกห้องเรียน
  • George Mason University มีการติดตามนักศึกษาเพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษายังคงให้ความสนใจเรื่องการเรียนอยู่หรือไม่ โดยในช่วงรายงานความก้าวหน้ากลางเทอม อาจารย์ที่ปรึกษาและทีมแนะแนวการศึกษาจะติดต่อนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำลงเข้ามาพูดคุย
  • Fayetteville State’s มีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งเกิดขึ้นในวิชาสัมมนา โดยจะมีคณาจารย์ ทีมบริการการศึกษา และเจ้าหน้าที่ศูนย์อาชีพของมหาวิทยาลัย ร่วมกันติดตามข้อมูลและช่วยเหลือนักศึกษาที่กำลังมีปัญหาด้านการเรียน โดยทีมคณาจารย์ที่ปรึกษาผู้สอนนักศึกษาในชั้นปีแรกจะคอยติดตามข้อมูลและสภาพนักศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาต่อไป

10 หลักการเพื่อเสริมสร้าง Student Engagement

  1. สร้างสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดปัญญา
  • ให้เหตุผลที่ดีแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนการเรียนรู้
  • จัดเตรียมโครงสร้างหลักสูตรที่เอื้อและสอดคล้อง
  • กระตุ้นให้เกิดการอภิปราย โต้แย้ง การสำรวจ และการค้นพบ
  1. ให้คุณค่าและสร้างมาตรฐานงานวิชาการให้มากขึ้น
  • สนับสนุนให้เกิดข้อตกลงทางการศึกษาเพื่อเพิ่มความสำคัญของการให้เวลาในการทำงานวิชาการให้มากขึ้น
  • จำเป็นต้องสร้างรูปแบบการศึกษาสำหรับนักศึกษาปีแรกเพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป
  1. ติดตามและคอยสอดส่องดูแลนักศึกษากลุ่มต่างๆที่มีส่วนร่วมแตกต่างกัน
  • สร้างโอกาสที่จะทำให้สถาบันรู้จักนักศึกษามากขึ้น ทราบความต้องการและแรงบันดาลใจของนักศึกษา
  • ติดตามกลุ่มนักศึกษา เพื่อให้สามารถสร้างกลวิธีที่สามารถจูงใจให้นักศึกษาสนใจเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
  • สิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยแผนงานที่ดี ในการสนับสนุนการสอนให้เกิดการมีส่วมร่วมที่เป็นไปได้มากที่สุด
  1. สร้างความมั่นใจว่าสิ่งที่คาดหวังได้ถูกถ่ายทอดออกมาและได้รับการตอบสนอง
  • สร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมายของหน่วยงานต่างๆ
  • เน้นย้ำเป้าหมายต่างๆ เหล่านั้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • นำเป้าหมายของนักศึกษาเข้ารวมไปในแผนงานด้วย เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่าสถาบันให้ความสำคัญ เพื่อสร้างมาตรฐานการเรียนการสอนที่สูงขึ้น
  1. สร้างให้เกิดการติดต่อทางสังคม
  • ในกลุ่มเล็ก: เมื่อนักศึกษาส่วนใหญ่อยู่นอกมหาวิทยาลัย เวลาที่เคยใช้ในชั้นเรียนจะมีค่ามาก โอกาสที่นักศึกษาจะได้เข้ามาทำกิจกรรมหรือเรียนรู้ร่วมกันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญ การแก้ปัญหานี้จึงจำเป็นต้องสร้างให้เกิดการอภิปรายกลุ่มเล็กในชั้นเรียน และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมทางปัญญา
  • ในห้องเรียนขนาดใหญ่: ถึงแม้ว่าจะมีกิจกรรมให้นักศึกษามีส่วนร่วมในชั้นเรียนผ่านการตอบคำถาม แต่ยังพบว่าการที่นักศึกษาในชั้นเรียนไม่รู้จักกันเป็นอุปสรรคที่ทำให้ระดับการมีส่วนร่วมลดลง
  • ใช้ระบบออนไลน์เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  • สร้างโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างกันของประชาคมในมหาวิทยาลัย
  1. ยอมรับความท้าทาย
  • ทำให้นักศึกษาได้ทราบว่า ในภาควิชา สถาบัน หรือหน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัย กำลังเผชิญหน้าอยู่กับแรงกดดันบางอย่าง
  • ยอมรับว่านักศึกษาส่วนใหญ่จะเกิดความขี้เกียจในการเรียนและการทำงานในช่วงกลางเทอม ดังนั้นจึงควรมีการกล่าวไว้ในคู่มือการอ่าน การบรรยาย และการสอน
  1. วางเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาจัดการตนเอง
  • หาแนวทางให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองได้
  • ร่วมกันอภิปรายเพื่อหาแนวทางให้เกิดการจัดการเวลาและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมอยู่เสมอแม้ในช่วงเวลาที่เคร่งเครียดที่สุดของเทอม
  • ระบุแหล่งช่วยเหลือนักศึกษาไว้ให้พร้อมตั้งแต่ต้นเทอม เพื่อให้นักศึกษาเตรียมเวลาล่วงหน้า และเพื่อให้นักศึกษารู้สึกว่ามีแหล่งช่วยเหลือแม้ว่าจะมีช่วงที่ต้องเผชิญกับปัญหา
  1. ใช้การประเมินเพื่อให้เห็นประสบการณ์ของนักศึกษาและเพื่อสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมต่อไป
  • ให้ผลสะท้อนกลับและมีการประเมินอย่างต่อเนื่องและบ่อยขึ้น
  • ใช้การประเมินในทางที่สร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างกันของนักศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียน
  • สร้างการมีส่วนร่วมให้นักศึกษาโดยให้นักศึกษาประเมินตนเองและประเมินเพื่อน ซึ่งจะทำให้นักศึกษาเริ่มให้ความสนใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
  1. จัดการเรียนรู้ระบบออนไลน์ด้วยความใส่ใจ
  • มีแหล่งข้อมูลออนไลน์: การโพสต์บันทึกการบรรยาย หรือเทปเสียงการบรรยายไว้ในเวบนับว่าไม่ใช่วิธีการสอนที่ดี การที่นักศึกษาสามารถติดต่อกับเพื่อนและผู้สอนได้โดยตรงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
  • การมีส่วนร่วมของนักศึกษา: เมื่อเทปเสียงและบันทึกการบรรยายถูกโพสต์ไว้บนเวบ ผู้สอนจำเป็นต้องสร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดให้นักศึกษาสนใจการบรรยายในชั้นเรียนเพิ่มขึ้นด้วย
  • ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ สามารถสร้างให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล็กๆระหว่างนักศึกษาด้วยกัน และช่วยให้เกิดสังคมการเรียนรู้ได้อย่างดี
  1. ทราบถึงธรรมชาติที่ซับซ้อนของการมีส่วนร่วมในทางนโยบายและในทางปฏิบัติ
  • Engagement เป็นสิ่งจำเป็นของนักศึกษาที่มีผลต่อกิจกรรมการเรียนรู้
  • Engagement ก็กลายเป็นสิ่งยากลำบากสำหรับนักศึกษาที่มีความขัดแย้งและสับสนในตัวเองด้วย
  • Engagement กลายเป็นจุดหมายของนักศึกษาบางคนที่เห็นว่าการมีส่วนร่วมในมหาวิทยาลัยอยู่ในปฏิทินกิจกรรมของพวกเขา
  • Engagement ควรจะเป็นสิ่งเชื่อมประสานและผูกโยงการเรียนรู้ของนักศึกษากับชุมชนการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อไปจนจบการศึกษา
  • ธรรมชาติของ Student Engagement มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ควรมีการติดตามผลทุกปี เพื่อให้มหาวิทยาลัยเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเพื่อจะได้ปรับแนวทางกิจกรรมให้นักศึกษามีส่วนร่วมต่อไปในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

Carini R. M., Kuh G. D. and Kleint S. P., Student Engagement and student learning: Testing the linkages. Research in higher education. Vol 47, No. 1, February 2006.

Kuh G. D., The national survey of student engagement: Conceptual framework and overview of Psychometric properties. Indiana University Center for Postsecondary Research and Planning.

Krause K., Understanding and promoting student engagement in university learning communities. Centre for the study of higher education, The University of Melbourne.

Kuh G. D., What student engagement data tell us about College readiness, Center for Postsecondary Research and Chancellor, Indiana University.

ประเด็นสาระการประชุมทางวิชาการ APSSA 2010: แนวคิด Student engagement. ในเวบไซต์  http://wemahidol.mahidol.ac.th/comm/space.php?uid=57&do=blog&id=866 เข้าถึงเมื่อ 23 ก.พ. 2555.    

National Survey of Student Engagement: What is student engagement?. ในเวบไซต์ http://nsse.iub.edu/html/about.cfm เข้าถึงเมื่อ 23 ก.พ. 2555.

Image credits: https://studentaffairscollective.org/the-true-purpose-behind-student-engagement-is-the-students/   

PDF version: แนวคิดและงานวิจัยด้าน Student Engagement