service-learning-feature-km

Service Learning – New Learning Pedagogy

Print Friendly

Service Learning

IMG_4682

ในประเทศที่พัฒนาแล้วได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดจิตสำนึกในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคม ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการสอนที่เรียกว่า  การเรียนรู้ด้วยการบริการสังคม (service-learning) ซึ่งมีผู้ให้ความหมายไว้ว่า  เป็นวิธีการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการให้บริการแก่สาธารณะ  ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน (Taylor และ  Ballengee-Morris, 2004) จะเห็นได้ว่า  เป้าหมายของการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคมนั้น เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้เรียนและสังคม  กล่าวคือ  ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และพัฒนาความสามารถในเชิงวิชาการ  อารมณ์และสังคมควบคู่กันไป ขณะที่ชุมชนหรือสังคมก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ผู้เรียนเข้าไปให้บริการในลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมอาสาสมัคร (volunteer)  ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา กิจกรรมอาสาสมัครไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรในรูปแบบที่เป็นวิชาเลือก

ที่จริงแล้วแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ในการศึกษาของไทยแต่เดิมได้ปฏิบัติกันมา เช่น แพทย์แผนไทยเรียนรู้กรรมวิธีรักษาโรคด้วยการตามครูแพทย์ไปให้บริการแก่ชาวบ้าน  ในหลายๆแห่งโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน การเรียนรู้สมัยก่อนจึงไม่ใช่การเรียนรู้เพื่อประโยชน์เฉพาะตน  แต่เป็นการเรียนรู้ที่สังคมจะได้รับประโยชน์จากการเรียนของเราด้วย 

การเรียนรู้ด้วยการบริการสังคม คือการสร้างบรรยากาศกระตุ้นให้ผู้เรียนมองเห็นปัญหาหรือสิ่งที่ชุมชนต้องการ จากนั้นจัดการออกแบบกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการกำหนด เป้าหมาย  ระยะเวลาในการดำเนินการ การจัดเตรียมอุปกรณ์ การลงมือปฏิบัติ การประเมินการให้บริการ และการสะท้อนความคิดหลังการปฏิบัติงาน สิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องคำนึงถึง ที่จะทำให้การเรียนรู้ด้วยการบริการสังคมมีประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือ  กิจกรรมที่เลือกปฏิบัติควรเอื้อต่อการนำความรู้ที่เรียนมาใช้ประโยชน์  และสังคมต้องได้ประโยชน์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่เล็งเห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ในลักษณะนี้ จึงจัดการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคมรอบๆ รั้วมหาวิทยาลัย และขยายออกไปสู่ชุมชนอื่นๆ อีกมากมาย โดยตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จอย่างชัดเจน คือ การจัดการเรียนรู้แบบ Service Learning ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดย รศ.ดร.กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ และ รศ.ดร.พรปภัสสร ปริญชาญกล และ Lab-based Learning คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ โดย ผศ.ดร.ชูจิต ตรีรัตนพันธ์

กรณีศึกษา: กิจกรรมของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

รศ.ดร.กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ และ รศ.ดร.พรปภัสสร ปริญชาญกล ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ได้เล่าให้ฟังถึง service learning ที่ทำขึ้นในคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ที่งานเสวนาNew Learning Platform ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน 2561 ณ CELT สถาบันการเรียนรู้

IMG_5280

            กิจกรรม service learning เป็นกิจกรรมที่บูรณาการกิจกรรรมที่ไปทำกับชุมชนกับการเรียนรู้ โดยกิจกรรมการบริการช่วยเหลือสังคมของคณะครุศาสตร์ เริ่มต้นมาจากวิกฤตน้ำท่วมปี พ.ศ. 2554 และพัฒนาต่อยอดมาเป็นกกิจกรรมของสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์ฯ โครงการ “ครูช่างหัวใจหล่อ” ซึ่งทำงานกับชุมชนใต้สะพานโดยเป็นการทำงานร่วมกันของนักศึกษาหลายภาควิชา และทำกิจกรรมในหลายมิติ ต่อมาเมื่อพิจารณาถึงความยั่งยืนของโครงการและการเรียนรู้ของนักศึกษาที่เป็นรูปะรรม จึงได้นำมาเป็นโครงการในรายวิชาสื่อสารการตลาด และขยายโครงการไปชุมขนอื่น ๆ บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัย โดยในแต่ละโครงการ จะต้องดูลักษณะของชุมชนเพื่อกำหนดโจทย์ให้เป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง และใช้ความรู้ที่โดนเด่นของนักเรียนในแต่ละรุ่นเพื่อนตอบโจทย์ปัญหาของชุมชน เช่น ในบางปีที่มีนักศึกษาที่เก่งด้านหุ่นยนต์ ก็จะใช้หุ่นยนต์ในการสอนคุณธรรมให้กับชุมชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเยาวชน นักศึกษาบางรุ่นมีความสามารถในการสร้างหนังสั้น ก็ผลิตสื่อเรื่องค่านิยม 12ประการ เพื่อนำไปเป็นสื่อการสอนให้ชุมชน นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น ปฏิทินค่านิยม 12 ประการ ที่ทำโดยใช้รูปถ่ายในชุมชน หรือ แหล่งเรียนรู้เรื่องว่าวจุฬา เป็นต้น และในโครงการต่าง ๆ นักศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการ อาจารย์มีหน้าที่ในการประสานงานกับชุมชนในเบื้องต้นก่อน แนะนำให้นักศึกษารู้จักกับชุมชน และคอยเป็น coach ในการทำงาน

            ปัจจัยที่ทำให้ service learning ของคณะครุศาสตร์ฯ มีความสำเร็จสูง และได้รับการเผยแพร่ออกไปในหลาย ๆ ช่องทางทั้งสื่อหลัก และสื่อโซเชียล คือ

  1. โครงการมีความต่อเนื่อง
  2. อาจารย์และนักศึกษาร่วมกันเขียนบทความวิจัย และนำเสนอเพื่อสรุปบทเรียนอย่างเป็นรูปธรรม
  3. การถอดบทเรียน และส่งต่อบทเรียนดังกล่าวให้กับรุ่นถัดไป เพื่อให้พัฒนางานได้ดีขึ้น
  4. การร่วมมือกันทำวิจัยระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา
  5. การใช้ team teaching โดยอาจารย์ทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่การแบ่งงานทำกันคนละส่วน
  6. การทำงานกับชุมชนในลักษณะ win-win ชุมชนได้ประโยชน์ และนักศึกษาได้เรียนรู้

IMG_5322


หน้าหลัก

ถอดบทเรียน กิจกรรม New Learning Platforms