feature

การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย Scoring Rubrics

Print Friendly

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย Scoring Rubrics”

วิทยากรโดย ผศ. ดร.ธนิตา เลิศพรกุลรัตน์ และ ผศ. ดร.ชนัตถ์ พูนเดช จากสำนักนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในวันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2562 ระหว่างเวลา 09.30 – 16.30 น. ณ Pedagogy Studio สถาบันการเรียนรู้ ชั้น 14 อาคารนวัตกรรมการเรียนรู้ 

poster-01

เอกสารประกอบกิจกรรม

Scoring Rubrics Slide


ภาพกิจกรรม

https://www.facebook.com/pg/celtkmutt/photos/?tab=album&album_id=2338144186264748


วิดีโอย้อนหลัง


visual สรุปกิจกรรม

Paper.Aom’s-Note.12

กิจกรรมจัดสรรพื้นที่ 10ไร่ และเงิน1 ล้าน มีประเด็นการเรียนรู้ ดังนี้
การให้คะแนนที่มีเกณฑ์ประเมินชัดเจน จะทำให้การตัดสินชิ้นงานมีความโปร่งใส ลดข้อคำถาม ลดความสับสนของผู้เรียนได้ ซึ่งการสร้างเกณฑ์ประเมินที่ดีนั้นควรจะสะท้อนไปยัง LO (Learning Outcome) และวิธีการสอนของอาจารย์ ตาม Constructive Alignment  นอกจากนี้การแจ้งเกณฑ์ประเมินแก่ผู้เรียนแม้จะทำให้เกิดความชัดเจน แต่ก็จะทำให้ชิ้นงานที่ทำมีความเปลี่ยนแปลงไป และอาจจะทำให้ไม่มีอิสระทางความคิดหรือการสร้างสรรค์ผลงานได้

วีดีโอ Rubric

ทำให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนของการนำ Rubric มาใช้ประเมินการเรียนรู้ อาทิ การให้คะแนนนั้นทำได้ง่ายขึ้น มีมาตรฐาน หรือเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะรายวิชา กิจกรรมการเรียนที่ใช้ผู้สอนหลายคน  และเป็นการเพิ่ม Encourage  แก่ผู้เรียนทั้งด้านการประเมินตนเอง (Self-assessment) และการพัฒนาตนเอง และการออกแบบ Rubric ที่ดีนั้นจะต้องมี Set Criteria เขียนคำอธิบายเกณฑ์ประเมินให้ชัดเจน และมีมาตรฐานตรงตาม LO นอกจากนี้ Rubric ที่ดีนั้นต้องผ่านการทดสอบให้ผู้ประเมิน (ครู ผู้เรียน เพื่อน) ประเมินได้ตรงกันที่สุด และควรแจ้งผู้เรียนให้ชัดเจนด้วย

Set Criteria จากการตัดสินและเลือกภาพผัดกะเพรา

จากกิจกรรมนี้พบว่าการประเมินนั้นมีสองแบบ ได้แก่ การประเมินแบบ Holistic และ Analytic ซึ่งการประเมินแบบ Holistic นั้นจะใช้ Set Criteria เป็นภาพรวม ตัวอย่างเช่น กะเพราที่ดีนั้นต้องมีวัตถุดิบหลักถูกต้องครบถ้วน กระบวนการผัดต้องพอดีไม่ชื้อแฉะจนเกินไป เป็นต้น นิยมใช้สำหรับการประเมินแบบ Summative (ตัดสินผลให้คะแนนรวม หรือเกรด) มีข้อดีคือสามารถทำการประเมินชิ้นงานได้รวดเร็ว แต่ข้อเสียคือรายละเอียดประเมินนั้นจะไม่ละเอียด

ส่วนการประเมินแบบ Analytic นั้นมีข้อดีคือจะทำให้ผู้ประเมินสามารถวิเคราะห์ประเด็นที่จะประเมินออกมาได้อย่างละเอียด ทำให้นิยมนำไปประเมินเพื่อพัฒนา (Formative) และให้ Feedback และด้วยความละเอียดนี้ทำให้มีข้อเสียคือผู้ประเมินใช้เวลามากในการประเมินผลและวิเคราะห์ผล

Design Rubric

การออกแบบ Rubric นั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด 4 อย่าง ได้แก่

  1. Criteria โดยสามารถเขียนได้ตาม LO ออกแบบไว้
  2. Description ต้องเขียนให้ชัดเจนไม่กำกวม และทุกคนที่นำไปใช้เข้าใจได้ตรงกัน
  3. Standard การอธิบายช่วงคะแนนแต่ละช่วงต้องแยกให้ชัดเจนไม่ทับซ้อนกัน เพื่อลดความกำกวม สับสนในการให้คะแนน
  4. Scale of point ก่อนนำไปใช้ต้องมีการระบุคะแนน โดยมากจะให้คะแนนไปทางบวก (ไม่ติดลบ) และเรียบระดับกัน

ตัวอย่างการนำไปใช้งานจริงในห้องใหญ่ (Large class)

การใช้งาน Rubric ในการสอนห้องขนาดใหญ่ด้วยปริมาณผู้เรียนที่มาก ดังนั้นจึงนิยมออกแบบให้เป็นการประเมินเชิงปริมาณ (วัดจำนวน หรือคะแนน) โดยอาศัยตัวผู้เรียนเองหรือเพื่อน (Peer) นอกจากนี้อาจจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น LMS ที่ออกให้ทั้งการให้คะแนนงาน และคะแนนในการตรวจงานเพื่อน   ส่วนการประเมินเชิงคุณภาพนั้นจะนิยมทำให้ห้องเรียนขนาดกลาง หรือเล็ก ซึ่งทำโดยผู้สอนเป็นหลัก