การผวนคำ ในมุมมองแบบคณิตศาสตร์

Print Friendly

การผวนคำเป็น operation ระหว่างพยางค์สองพยางค์ โดยการผวนคำนั้นมีสองแบบด้วยกัน

 การผวนแบบที่หนึ่งคือการสลับเสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ และเสียงตัวสะกด ระหว่างพยางค์สองพยางค์โดยดำรงไว้ซึ่งเสียงพยัญชนะต้น ตัวอย่างเช่น [แม้ว, ปู] = มู, แป๊ว 

 Symmetry ของการผวนคำแบบที่หนึ่งนั้นมี 3 แบบ ได้แก่

1. Anti-symmetry เกิดจากการผวนสองพยางค์ที่มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน แต่มีเสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ หรือเสียงตัวสะกด แตกต่างกันทำให้ผลของการผวนนั้น equivalent กับการสลับสองพยางค์ดังกล่าว ตัวอย่างเช่น [ตู่, เต้น] = เต้น, ตู่

2. Symmetry เกิดจากการผวนสองพยางค์ที่มีเสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ และเสียงตัวสะกด เหมือนกัน แต่เสียงพยัญชนะต้นแตกต่างกันทำให้ผลของการผวนนั้น equivalent กับการไม่ผวน ตัวอย่างเช่น [กี้, ขี้] = กี้, ขี้

3. Super-symmetry เกิดจากการผวนสองพยางค์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น [มาร์ค, มาร์ค] 

การผวนแบบที่สองคือการสลับเสียงสระและเสียงตัวสะกดระหว่างพยางค์สองพยางค์ โดยดำรงไว้ซึ่งเสียงพยัญชนะต้นและเสียงวรรณยุกต์ ตัวอย่างเช่น [แม้ว, ปู] = มู้, แปว

Symmetry ของการผวนคำแบบที่สองนั้นมี 3 แบบ ได้แก่

1. Anti-symmetry ซึ่งเกิดจากการผวนสองพยางค์ที่มีเสียงพยัญชนะต้นและเสียงวรรณยุกต์เหมือนกัน แต่มีเสียงสระหรือเสียงตัวสะกด แตกต่างกันทำให้ผลของการผวนนั้น equivalent กับการสลับสองพยางค์ดังกล่าว ตัวอย่างเช่น [เทพ, เทือก] = เทือก, เทพ

2. Symmetry ซึ่งเกิดจากการผวนสองพยางค์ที่มีเสียงสระและเสียงตัวสะกดเหมือนกัน แต่มีเสียงพยัญชนะต้นหรือเสียงวรรณยุกต์แตกต่างกันทำให้ผลของการผวนนั้น equivalent กับการไม่ผวน ตัวอย่างเช่น [วิท, สิทธิ์] = [วิท, สิทธิ์]

3. Super-symmetry ซึ่งเกิดจากการผวนสองพยางค์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น [มาร์ค, มาร์ค]

หมายเหตุ: คำที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างประกอบนั้นเป็นคำที่ผู้แต่งสมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลใดเลย

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: