14088523_10101149734065559_784633392758110796_n

มาโตรชก้า ตุ๊กตาแม่ลูกดก บนเวทีคอมพิวเตอร์โอลิมปิก

Print Friendly

ของฝากยอดฮิตของคนที่มาเยือนรัสเซียคือตุ๊กตา “มาโตรชก้า” ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นตุ๊กตาใหญ่-เล็กหลายตัวซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ความหมายโดยนัยของตุ๊กตาชนิดนี้ถูกตีความแตกต่างกันไปหลายประการ บ้างก็ว่าหมายถึงความอยู่ยงคงกระพัน บ้างก็ว่าหมายถึงการที่สิ่งต่างๆ มักมีเบื้องหลัง ลับลมคมใน ไม่เป็นไปอย่างที่เห็นภายนอก บ้างก็ตีความถึงการเขียนโปรแกรมแบบเวียนบังเกิด (recursion) ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงกระบี่สำคัญของ “นักกีฬา” ไทย

“กีฬา” ที่กล่าวถึงคือการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 28 ณ เมืองคาซาน สาธารณรัฐทาทาร์สถาน ประเทศรัสเซีย มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 308 คน จาก 81 ประเทศทั่วโลก “ทัพนักกีฬาไทย” คว้ารางวัล 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง พวกเขาคือ น้องชาร์ป น้องบอส น้องฟลุค และน้องจัมพ์ คนที่ได้เหรียญเงินคือน้องชาร์ป นับเป็นเหรียญเงินเหรียญที่สองที่เขาเคยคว้าให้กับประเทศไทย

13995606_10101136822889659_8419645944463680432_o

หากจะรายงานข่าวนี้อย่างเป็นทางการก็คงจะเรียกนักกีฬาแต่ละคนว่า “นักเรียน” และคงจะใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงในการแจกแจงความสำเร็จทั้งในอดีตและปัจจุบันของพวกเขา แต่สำหรับบทความนี้ ขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านให้คิดถึง “น้องๆ” แต่ละคน ในรูปแบบของตุ๊กตามาโตรชก้า ผู้ซึ่งมีหลายบทบาท หลายหน้าที่ หลายความสามารถ ซ้อนทับกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร หากมองเพียงผิวเผินการเดินทางมารัสเซียครั้งนี้ของพวกเขาคือการแสดงความสามารถในฐานะโปรแกรมเมอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเขาทำได้อย่างดียิ่ง ทว่า นั่นเป็นเพียงลวดลายของตุ๊กตาตัวนอกสุดเท่านั้น พวกเขายังมีตุ๊กตาซ้อนอยู่อีกหลายชั้น แต่ละชั้นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

ชั้นที่สองจากด้านนอก: พวกเขามาในฐานะผู้รวบรวมองค์ความรู้จากเพื่อนๆ ทุกคนในค่ายฝึกอบรม ที่แม้จะไม่ได้มารัสเซียด้วยแต่ก็มีส่วนร่วมในการแข่งขันทางอ้อมเช่นกัน เพราะในค่ายฝึกอบรม ณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่มีวิทยากรเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำผลัดกันมาสอนในช่วงต่างๆ ตลอดปี คนที่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้มากที่สุดไม่ใช่อาจารย์ แต่เป็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องเสี่ย น้องมาร์ช น้องอรัญ พี่โมโม่ ฯลฯ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกครั้งหลังออกจากห้องสอบพวกเขาจะจับกลุ่มกันอภิปรายแนวทางการทำโจทย์แต่ละข้อ วิเคราะห์ทั้งแนวคิดที่ถูกต้องและข้อผิดพลาดเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและพัฒนาแนวทางการฝึกอบรมรุ่นน้องต่อไป

ชั้นที่สาม: พวกเขามาในฐานะทูตวิชาการ ตามที่ได้รับโอวาทจากท่านนายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า:

เสียงนุ่มนวล ใบหน้าผ่อนคลาย: “แพ้ชนะไม่สำคัญหรอกนะ”

(เว้น 5 วินาที)

เสียงหนักแน่น ใบหน้ายิ้มแย้ม: “แต่ถ้าชนะได้มันก็ดี!”

พวกเขาจึงร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ ประเทศต่างๆ ทั้งในด้านวิชาการและด้านวัฒนธรรม พวกเขาได้ศึกษาประวัติของ Kazan Federal University มหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับสองของรัสเซีย, แผนการพัฒนาประเทศด้วยเมือง Innopolis ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาพร้อมกับมาตรการจูงใจทางภาษีและมหาวิทยาลัยใหม่เอี่ยม นักศึกษาเรียนฟรี (คล้าย มจธ. ราชบุรี), และโรงเรียนมัธยม IT Lyceum โรงเรียนประจำที่เน้นนวัตกรรม นักเรียนเรียนฟรี (คล้ายโครงการห้องเรียนวิศว์-วิทย์ ของ มจธ.) นอกจากนี้พวกเขายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการแข่งขันกีฬากระชับมิตรใน “เทศกาลไถนา” (Sabantui) อาทิ วิ่งสามขา และ ม้าก้านกล้วย (ใช่แล้วครับ รัสเซียก็มีกีฬาเหล่านี้ด้วย!) ส่วนกิจกรรมเลื่อยไม้ งมเหรียญในนมเปรี้ยว และโหนราว นั้นอาจไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพแขนและดวงตาซึ่งมีความสำคัญต่อการแข่งขันเขียนโปรแกรมในวันรุ่งขึ้น นักกีฬาของเราจึงขอยืนปรบมืออยู่ข้างๆ

ชั้นสุดท้าย ลึกที่สุดในหัวใจ: พวกเขามาในฐานะคนไทยที่มีหัวใจเพื่อเมืองไทย คำว่า “ผู้แทนประเทศไทย” นั้นมีความหมายลึกซึ้ง สิ่งที่มาพร้อมกับคำนี้คือโอกาสที่กว้างไกลและภาระที่หนักอึ้ง “โอกาส” ที่เขาได้รับคือการเดินทางมารัสเซียซึ่งสำหรับบางคนถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศและการโดยสารเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต อีกโอกาสหนึ่งคือการได้แสดงน้ำใจของคนไทยให้โลกรู้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติครั้งหนึ่งขณะที่อาจารย์ไม่ได้อยู่ด้วย พวกเขาทั้งสี่คนสามารถแสดงไหวพริบปฏิภาณได้อย่างน่าชื่นชม แสดงทัศนคติของประเทศไทยต่อชาวโลกผ่านรอยยิ้มอันสดใสได้อย่างเป็นมิตร และปิดท้ายด้วย “การไหว้” ทักทายพี่ๆ นักข่าวและผู้ชมทั่วโลกได้อย่างน่าประทับใจ

“ภาระที่หนักอึ้ง” ของพวกเขานั้นมีหลายระยะ ภารกิจระยะสั้นเสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อพวกเขานำเหรียญรางวัล 4 เหรียญกลับมาฝากคนไทยได้สำเร็จ (“ชนะได้มันก็ดี!” จริงๆ ด้วย) ภารกิจระยะยาวคือการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในทางโลกและทางธรรม (หมายถึงทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมและที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง) เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย ขอเชิญร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับภารกิจระยะยาวของว่าที่คุณหมอจากศิริราช (น้องฟลุค), ว่าที่วิศวกรคอมพิวเตอร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (น้องชาร์ปและน้องจัมพ์), และว่าที่นักเรียนทุนรัฐบาล ศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา (น้องบอส)

พูดถึง “ผลการแข่งขัน” หากเราหมายถึงการนับเหรียญรางวัลจะพบว่าประเทศไทยเคยได้รับ 15 เหรียญทอง 33 เหรียญเงิน และ 44 เหรียญทองแดง เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่มีชื่อเสียงด้านไอทีนับว่าเราทำได้ดีสมศักดิ์ศรี (เช่น สิงคโปร์ 9/29/35, เวียดนาม 12/37/46, ญี่ปุ่น 18/19/8, อินเดีย 1/13/29) อย่างไรก็ตามจำนวนเหรียญนั้นเป็นเพียงตุ๊กตาตัวนอกสุดของมาโตรชก้า สิ่งที่ประเทศไทยได้รับนั้นลึกซึ้งหลายชั้นกว่านี้มาก โดยชั้นที่สำคัญที่สุดก็คือน้องๆ “นักกีฬา” ทั้งตัวหลักและตัวสำรองอีกหลายคนผู้ร่วมฝึกฝนกันมาแรมปี พวกเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทุกวันนี้นักกีฬาในอดีตหลายคนก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความสำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไทย แผ่นดินที่ให้มาโตรชก้าทั้งหลายได้ “เวียนบังเกิด” (recursion) และเติบโตขึ้นมาอย่างสง่างาม


 

โดย ผนวกเดช สุวรรณทัต
นักวิจัย
ศูนย์เสริมสร้างการเรียนรู้และการสอน สถาบันการเรียนรู้
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
mocksk@gmail.com
24 สิงหาคม 2559

ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ 1001 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 (หน้า 23)
บทความอื่นๆ ในคอลัมน์ 1001: https://www.cp.eng.chula.ac.th/blog/archives/category/1001

combinedMatryoshka

References:

  1. ผลการแข่งขันของประเทศไทย ปี 2016:
    http://stats.ioinformatics.org/delegations/THA/2016
  2. ผลการแข่งขันของไทยย้อนหลัง 26 ปี
    http://stats.ioinformatics.org/results/THA
  3. ตารางสรุปสถิติจำนวนเหรียญของประเทศต่างๆ
    http://stats.ioinformatics.org/countries/
  4. วิดิโอการให้สัมภาษณ์ของนักเรียนไทยต่อสื่อมวลชนที่รัสเซีย
    https://youtu.be/u-GLsE3l5hw

more info: