ประชุมพิจารณากรอบหลักสูตร Computing Science ระดับ ป.1 – ม.6

Print Friendly

สถาบันการเรียนรู้ มจธ. ให้ความร่วมมือกับ สสวท. ในการร่วมวางกรอบหลักสูตรวิชา Computing Science ระดับประถม และมัธยม ผู้เขียนโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมพิจารณา learning outcome ในวันนี้ด้วย ทำให้ได้สัมผัสกระบวนการออกแบบหลักสูตรที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (outcome-based curriculum) ที่มีผลกระทบสูงในระดับประเทศ

ความโชคดีอีกประการหนึ่ง คือมีโอกาสได้พบกับ “อาจารย์คนแรกๆ” ของผู้เขียนในวงการ computer science ที่ไม่ได้พบกับท่านมาตั้ง 16 ปี นั่นคือ รศ. ยืน ภู่วรวรรณ (คราวที่แล้วผู้เขียนยังเป็นนักเรียน ม.6 ตัวเล็กๆ) ในวันนี้ได้เรียนรู้ทัศนคติในการทำงานที่ดีหลายประการจากตัวอย่างและโอวาทของท่าน

หลักสูตรใหม่ที่กำลังออกแบบกันอยู่นี้ กระทรวงศึกษาธิกาวางแผนจะประกาศใช้ราวเดือน ก.พ. ปี 2560 สำหรับทุกโรงเรียนในประเทศไทย ทั้งในระดับประถมและมัธยม (ป.1 – ม.6) เพื่อเตรียมพร้อมเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

วิสัยทัศน์หลักที่เป็นแนวทางในการวางหลักสูตรนี้ก็คือ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเป็นขั้นตอน (ทักษะการคิดเชิงคำนวณ) ตลอดจนสมรรถนะอื่นๆ ที่เกียวข้องกับวิชา computer นั้น ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในอนาคต ไม่ว่านักเรียนจะเติบโตขึ้นมาแล้วประกอบอาชีพทางด้านคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ตาม

เกี่ยวกับบทความนี้

บทความนี้ไม่ใช่บันทึกการประชุม ไม่ใช่เอกสารประชาสัมพันธ์ และไม่ใช่ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของ สสวท หรือหน่วยงานอื่นใด เป็นเพียงบันทึกตามความเข้าใจและความคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งอาจตรงหรือไม่ตรงกับความเห็นของที่ประชุม

หลักสูตรของประเทศอื่น

ก่อนการประชุม สสวท. ได้เตรียมข้อมูลกรอบหลักสูตรของสองประเทศคือ UK และ USA เพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิง ลักษณะทั่วไปเชิงโครงสร้างมีดังนี้

  1. UK: แยกเป็น 4 Key States
    1. เทียบคร่าวๆ ได้เป็น ป.ต้น ป.ปลาย ม.ต้น ม.ปลาย
    2. นักเรียนทุกคนต้องเรียนตามที่กำหนดเป็นอย่างน้อย
  2. USA: กำหนดโดย ACM CSTA แบ่งเป็น 3 levels
    1. เทียบคร่าวๆ ได้ว่า level 1 = ประถม, level 2 = ม.ต้น, level 3 = ม.ปลาย
    2. นักเรียนทุกคนต้องเรียนตาม level 1 และ 2
    3. level 3 แบ่งเป็นสามส่วน ทุกคนต้องเรียนส่วนแรก อีกสองส่วนมีไว้สำหรับผู้สนใจประกอบอาชีพด้านคอมพิวเตอร์

ความแตกต่าง

ในภาพกว้าง กรอบหลักสูตรของ UK จะเขียนในลักษณะของ guideline ที่ไม่ละเอียดนัก เปิดโอกาสให้ผู้อ่าน (ครู) ตีความได้มาก ส่วนหลักสูตรของ ACM จะระบุรายละเอียดมากกว่า (แต่ก็ไม่ได้จำกัดอิสระไปทั้งหมด)

ความเหมือน

  1. ทั้งหลักสูตรของ UK และ USA ต่างเน้นความสำคัญของแง่มุม “วิทยาศาสตร์” ใน computer science ที่เข้มข้นตั้งแต่อายุยังน้อยมาก
    1. เช่น UK กำหนดไว้ใน outcome ข้อแรกของ Key State 1 (5 ขวบ) ว่านักเรียนจะต้องรู้ว่า algorithm คืออะไร, จะต้องเขียนโปรแกรมและ debug ได้ (น่าจะหมายรวมถึงโปรแกรมแบบที่เป็น non-computer based ด้วย)
    2. เช่น USA กำหนด outcome สำหรับ Level 1 ไว้ว่านักเรียนจะต้องแสดงได้ว่าเลข 0, 1 สามารถใช้เก็บข้อมูลได้อย่างไร, จะต้องสร้างกลุ่มของคำสั่งที่ทำงานบางอย่างได้ (เช่นสั่งเต่าให้เคลื่อนที่)
  2. หลักสูตรถูกแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆ สำหรับทุกๆ ช่วงอายุ คือ
    1. Coding / Computer Science
      1. การเขียนโปรแกรม ความเข้าใจ algorithm, data structure และการนำไปใช้
      2. อาจกล่าวได้ว่านี่คือส่วนที่เป็นส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด สอนยากที่สุด และสำคัญที่สุดในการปลูกฝังทักษะการคิดเชิงคำนวณ (computational thinking)
    2. media and information
      1. การค้นหา รวบรวม จัดระเบียบ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล
      2. การประเมินความน่าเชื่อถือ การให้นำหนักข้อมูล
      3. การนำข้อมูลมาใช้อย่างชาญฉลาด
    3. ICT
      1. ทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ
      2. การใช้ Internet และบริการต่างๆ
      3. ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

แหล่งข้อมูลอื่นๆ

อ.ยืน แนะนำให้ศึกษาหลักสูตรและแหล่งข้อมูลเหล่านี้ไว้ด้วย

  1. Code.org
  2. UNESCO: Media and Information Literacy Curriculum for Teachers
  3. CMU: Viewpoint on Computational Thinking

ความท้าทายของประเทศไทย

abc

(ยังเขียนไม่จบ)


ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม

  • ประชุมพิจารณากรอบหลักสูตร Computing Science
  • จัดโดย สสวท. (IPST)
  • วันพุธที่ 12 ตุลาคม 2559 เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • อาคาร E88 พระโขนง http://www.e88bangkok.com/th/