logo

KM Meeting: หัวข้อ “การสอนวิชา GEN”

Print Friendly

การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “การสอนวิชา GEN” ครั้งปฐมฤกษ์ เพื่อจัดทำเป็น KM จะจัดขึ้นในวันและเวลาต่อไปนี้:

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 13:00 น.
ณ ห้องประชุม ชั้น 11 สถาบันการเรียนรู้ มจธ.
ระยะเวลา: อาจจะ 1-2 ชั่วโมง แล้วแต่ความปรารถนาของผู้เข้าร่วมประชุม

ผู้ที่ตอบรับการเข้าร่วมประชุมแล้วคือ:

  • อ.โตโต้
  • อ.สุภโชค
  • อ.จันทิมา
  • Mock
  • อ้อมชาย
  • เซี้ยม
  • ว้า

ขอเชิญบุคลากรท่านอื่นเข้าร่วมถ้าหากท่านสะดวกครับ โดยเฉพาะท่านที่กำลังสอนหรือเคยสอนวิชา GEN

ตัวอย่างคำถามเพื่อนำการสนทนา (ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญ):

  1. สอน GEN แล้วได้อะไร? (ตัวท่านได้อะไร? หน่วยงานได้อะไร? มหาวิทยาลัยได้อะไร? อาจารย์ มจธ. ท่านอื่นได้อะไร?)
  2. สอน GEN ทำไม? (เป็นเรื่องที่สนใจ? เป็นเรื่องที่เชี่ยวชาญ? เพื่อเพิ่มภาระงาน?)
  3. จะขยาย impact จากผลประโยชน์ที่ได้จากการสอน GEN ไปสู่วงกว้างมากขึ้นได้อย่างไร? วิธิที่อาจนำมาใช้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง? (เช่น ทำ KM? อัดวิโอ? ทำ PLC? ทำ classroom research?)
  4. ถ้าไม่สอน GEN แล้วจะทำอะไรดี?
  5. การสอน GEN มีส่วนคล้ายและส่วนต่างกับการสอนวิชาอื่นๆ อย่างไร? (เช่น HCI, STEM, วมว, ฯลฯ)
  6. ฯลฯ

หลังจากประชุมเสร็จแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมจะจดบันทึกเป็น KM โดยจะนำเผยแพร่ในเว็บนี้ต่อไป (ข้อมูลบางส่วนอาจเผยแพร่เป็นการภายใน)

image credits: http://gened.kmutt.ac.th/paper/logofordownload/


บันทึกสรุป

(เขียนสรุปโดยม็อค จากไฟล์ 29081601 km gen.PDF)


ผู้เข้าร่วมประชุม

มีผู้เข้าร่วมประชุม 9 คน เป็นนักวิจัย 4 คน, อาจารย์ 4 คน, และนักพัฒนาการศึกษา 1 คน ทุกคนเคยสอนหรือกำลังสอน GEN ยกเว้น Mock ซึ่งทำหน้าที่เป็น moderator

  1. Mock
  2. ว้า
  3. เซี้ยม
  4. อ้อมหญิง
  5. อ้อมชาย
  6. เค
  7. หนวด
  8. ย้วย
  9. โตโต้

คำถามที่ 1: สอน GEN แล้วได้อะไร?

  1. พัฒนา presentation skill
    • ทั้งนักพัฒน์และนักวิจัย จำเป็นต้องมีทักษะการเป็นวิทยากร ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมามีงานหลักที่เป็นลักษณะของวิทยากรน้อยลง ทำให้ไม่ค่อยได้ฝึกฝนทักษะดังกล่าว จึงต้องไปฝึกในสนามของวิชา GEN
  2. ได้แสดงความสามารถในการสอน
    • ทำให้ภูมิใจในตนเอง มีพลังมากขึ้น
    • ทำให้บุคลากรของ LI มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานอื่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดอบรม, การประสานงาน
  3. ได้ฝึกฝนและพัฒนาเทคนิคการสอน
    • ได้ทราบว่าการอธิบายเรื่องง่ายๆ นั้นมันยากนะ
    • ได้หัดใช้คำถามปลายเปิดกับนักศึกษา
    • ได้ฝึกทักษะการจัดการกลุ่มอธิปราย (managing discussions), การกระตุ้นให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
    • ได้มีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษา
    • ได้นำวิธีออกแบบหลักสูตรไปประยุกต์ในการออกวิขาอื่นๆ (เช่น Polymer)
    • ได้ทดลองออกแบบรายวิชา แบบต่างๆ แล้วทดลองเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด และนำไปใช้กับวิชาอื่นได้
    • ได้นำเทคนิคการสอนต่างๆ ไปใช้ในวิชาเฉพาะทาง (เช่นวิชา Physics)
  4. ได้เรียนรู้
    • ได้เรียนรู้เนื้อหาวิชาใหม่ทุกครั้งที่ได้สอน เพราะคำถามจากนักศึกษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกปี
    • ได้เรียนรู้จากอาจารย์ท่านอื่นๆ รวมถึงอาจารย์ใหม่ที่มีเทคนิคการดึงความสนใจนักศึกษาที่ได้ผลดี
    • ได้ฝึกสมองตนเองให้เป็นคนที่คิดเร็วขึ้น คิดละเอียดขึ้น
  5. ได้ product ใหม่ๆ เกี่ยวกับ active learning
    • เช่น การพัฒนาโปรแกรมช่วยตัดคะแนน สำหรับ GEN 121
    • เช่น การค้นหาหนทางให้ GEN 441 (ท่องเที่ยว) ไม่ต้องมีการสอบ
    • เช่น inquiry based learning (IBL)
    • เช่น การออกแบบหลักสูตร hands-on ให้กับ วมว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LI
  6. ได้ connection กับอาจารย์ในคณะอื่นๆ
  7. แก้เครียด แก้เบื่อ

คำถามที่ 2: ทำไมจึงสอน GEN?

  1. ยังไม่แน่ใจในภาระงานของตน
    • ยังไม่แน่ใจว่ามีทางเลือกในการทำงานใดบ้าง จึงลองสอนดูก่อน
  2. ต้องการภาระงานสอน (คะแนน)
    • คนที่เป็นอาจารย์ทุกคนจำเป็นต้องมีคะแนนส่วนนี้
    • คนที่เป็นนักวิจัยบางคนต้องการเพิ่มคะแนนให้ครบเท่าที่ต้องการ งานในส่วนอื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แม้จะใช้เวลาไปมาก แต่ไม่สามารถ claim คะแนนได้เพียงพอ จึงต้องหาแหล่งคะแนนเพิ่มจากการสอน GEN
    • เมื่อเทียบกับการสอน วมว. คะแนนการสอนวิชา GEN มีมูลค่ามากกว่า และใช้เวลาในการเตรียมสอน GEN น้อยกว่า
  3. GEN เป็นเวทีสำคัญที่สอดคล้องกับพันธกิจหลักของ LI
    • พันธกิจหลักของ LI คือปรับเปลี่ยน มจธ สู่ active learning
    • LI จึงได้สร้าง GEN เพื่อเป็นเวทีในการทดลองและสาธิต active learning
    • บุคลากรของ LI ควรสอน GEN
      • เพื่อจะได้รู้จัก active learning
      • จะได้ช่วยสร้าง product ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ active learning ได้
  4. มองเห็นความสำคัญของ SKA ที่นักศึกษาจะได้รับ
    • ต้องการให้นักศึกษามีทักษะการแก้ปัญหา
    • ต้องการแก้ปัญหา project management ของนักศึกษา
    • ผู้สอนมีความสุขในการสอน, การประเมิน, และการให้คำปรึกษา

คำถามที่ 3: ถ้าไม่สอน GEN แล้วจะทำอะไรดี?

  1. สอนเรื่องที่ตนเองถนัด
    • หลายคนแสดงความเห็นพ้องกับท่าน ผ.อ. ว่า ถ้าเป็นไปได้อยากสอนเรื่องที่ตนเองถนัดเฉพาะทางมากกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสได้สอนวิชาเฉพาะเหล่านั้น (อาจเพราะยังไม่มีใครเชิญ ยังไม่มี connection หรือยังไม่มีใครช่วยผลักดันให้)
    • บางคนมีวิชาเฉพาะทางที่สอนอยู่แล้ว
  2. โฟกัสกับการทำวิจัย
    • นักวิจัยบางท่านแสดงความเห็นว่าจริงๆ แล้วอยากทุ่มเทเวลาให้กับการวิจัยมากกว่า แต่การวิจัยมีความเสี่ยง ถ้าไม่เกิน paper ก็ไม่มีแต้ม และความก้าวหน้าของงานวิจัยอาจสะดุดเนื่องจากมีภาระอื่นมาก (เช่นงานที่เกี่ยวข้องกับ CELT หรืองานช่วยเหลือคณะอื่น)
  3. ไม่ยอม
    • เสียใจ

คำถามที่ 4: จะทำให้อาจารย์คนอื่นๆ ได้ประโยชน์จาก GEN ได้อย่างไร?

  1. ทำ CoP, PLC (เพิ่มโปรแกรมในโครงการของ อ.วุฒิ)
  2. จัด event ในการเผยแพร่สิ่งที่ได้เรียนรู้

ประเด็นอื่นๆ

ประเด็นที่ไม่ได้คุยรายละเอียดกันในวันนี้ สมควรสนทนากันเพิ่มเติมในโอกาสหน้า

  1. สำหรับคนที่สอน GEN มาหลายครั้งแล้ว รู้สึกว่าเพียงพอหรือยัง? หรือยังได้อะไรเพิ่มขึ้นอยู่?
    • บางท่านให้ความเห็นว่าอาจมี point of diminishing returns
  2. ปัญหานักศึกษาไม่ชอบ และไม่เห็นความสำคัญของวิชา GEN
  3. ควรถามความเห็นของผู้ที่เคยสอน GEN แต่ปัจจุบันไม่ได้สอน GEN แล้ว ทำไมจึงเลิกสอน?
  4. ผลกระทบ/ข้อเสีย ของการสอน GEN มีหรือไม่? อะไรบ้าง?
  5. การสอน GEN มีส่วนช่วยเหลือภารกิจของ CELT ได้อย่างไรบ้าง?
    • ประเด็นนี้มีการพูดคุยบ้างแล้วเล็กน้อย
    • การที่บุคลากรของ CELT ได้พัฒนาตนเอง ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน บางคนเห็นว่าประโยชน์ในส่วนนี้มีความสำคัญมากๆ และควรนับได้ว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่จะไปสอน GEN
    • แต่ GEN ยังมีประโยชน์ในแง่อื่นอีก บางแง่ได้กล่าวไปแล้ว (ด้านบน ในคำถามที่ 1) แต่ควรมีการสนทนากันเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้น