moodle-cow-goatee-logo

แนะนำ prototype ระบบ e-Learning

Print Friendly

CELT e-Learning มีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือฝึกอบรมอาจารย์ มจธ. โดยมีผลพลอยได้คือสามารถใช้เป็นแหล่งความรู้สำหรับบุคคลทั่วไปได้อีกด้วย กล่าวคือ

    1. อาจารย์ที่เข้ารับการอบรมโดย CELT จะได้รับ account สำหรับ login (username & password)
      • สามารถทำแบบฝึกหัด (quiz), ส่งการบ้าน, และร่วมสนทนากับวิทยากรและผู้เรียนท่านอื่นใน forum ต่างๆ ได้
      • สามารถติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของตนเองได้
      • วิทยากรหรือกระบวนกร สามารถติดตามความคืบหน้าของผู้เข้ารับการอบรมได้
      • สามารถใช้ข้อมูลการทำแบบทดสอบและการร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นหลักฐานในการรับใบประกาศนียบัตรได้

  1. อาจารย์ท่านอื่นๆ ทั้งใน มจธ. และอาจารย์ต่างมหาวิทยาลัย สามารถเข้าชมข้อมูลบางส่วนของบางคอร์สได้
    • นโยบายการเปิดเผยข้อมูลขึ้นกับการตัดสินใจของวิทยากร และข้อคำนึงทางด้านลิขสิทธิ์
      • บางคอร์สอาจเปิดเผยข้อมูลทุกรายการ (วิดิโอ, สไลด์, เอกสาร ฯลฯ) เป็นสาธารณะก็ได้
      • บางคอร์สอาจไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกเลยก็ได้
        • ต้องมี account จึงจะดูได้
        • ในบางกรณีอาจกำหนดเวลาให้เข้าดูได้เฉพาะบางช่วงก็ได้ (เช่น 1 ภาคเรียนเท่านั้น)
    • คนที่ไม่มี account หรือไม่ได้รับการลงทะเบียนในคอร์สใด จะไม่สามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ ของคอร์สนั้นได้ (เช่นทำแบบฝึกหัดส่ง) ซึ่งจะทำให้ไม่มีหลักฐานรับรองการเรียนรู้ และไม่สามารถออกประกาศนียบัตรได้

วิธีการเข้าสู่เว็บ e-Learning

สามารถเข้าสู่เว็บ e-Learning ของ CELT ได้สองวิธีคือ

  1. จากเว็บ CELT (http://celt.li.kmutt.ac.th) ให้คลิกที่เมนู Resources แล้วเลือก e-Learningscreenshot-2016-09-15-21-51-32
  2. หรือ พิมพ์ URL โดยตรง: http://celt.li.kmutt.ac.th/elearning1

จากนั้นจะได้พบกับรายการวิชาต่างๆ ที่อยู่ในระบบ e-Learning โดยบางวิชาเป็นของ CELT เอง (เช่น Teaching at KMUTT) และบางวิชาเป็นวิชาที่ศูนย์ CELT ให้ความร่วมมือกับอาจารย์ตามคณะและภาควิชาต่างๆ เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีและงานวิจัยในห้องเรียน

screenshot-2016-09-15-22-15-37

เข้าสู่ระบบโดยการกด Log in ที่มุมบนขวา

ทดลองเรียนวิชา CELT 101

เนื้อหาวิชา CELT 101: Teaching at KMUTT: Beginner Level ถูกถอดมาจากหนังสือคู่มือการอบรมของ CELT บทที่ 1 และมีการเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน กิจกรรม แบบต่างๆ โดยในขณะนี้อาจยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาเท่าใดนัก เพราะมีจุดประสงค์เพื่อทดสอบและสาธิตความสามารถของระบบ

screenshot-2016-09-15-22-23-14

เมื่อเข้ามาเรียนโดย login เรียบร้อยท่านจะพบกับโครงสร้างเนื้อหา 5 หัวข้อ (topics) โดยหัวข้อแรกคือ Introduction to KMUTT Teaching แบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก: Introduction, Section 1.1, Section 1.2, และ Discussion แต่ละส่วนหลักก็แบ่งออกเป็น กิจกรรม ย่อยๆ

ชนิดของกิจกรรม

  1. วิดิทัศน์
    • อาจเป็นไฟล์ที่อยู่บน server ของเราเอง เช่น
      screenshot-2016-09-15-22-34-45
      เมื่อคลิกแล้วจะมี popup ขึ้นมาเช่นนี้:
      screenshot-2016-09-15-22-36-23
    • อาจเป็นการ link หรือ embed วิดิโอจาก YouTube (หรือแหล่งอื่นใดก็ได้) เช่น screenshot-2016-09-15-22-35-35
      ซึ่งเมื่อคลิก ระบบจะแสดงวิดิโออยู่ในหน้าเดียวกับ e-Learning แต่ผู้เรียนสามารถกดแยกออกไปได้
      screenshot-2016-09-15-22-37-19
  2. เอกสารเพื่อการอ่าน (reading) 
    โดยอาจเป็นไฟล์เอกสารชนิดได้ก็ได้ แต่ pdf น่าจะเป็นรูปแบบที่ปลอดภัยที่สุด เช่น
    screenshot-2016-09-15-22-40-18
    การแบ่งไฟล์เป็น section ย่อยๆ เช่นนี้อาจทำให้ติดตามความคืบหน้าของผู้เรียนได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นในกรณีนี้ มีการให้ reading 3 ส่วน สลับกับ quiz เพื่อทดสอบว่าได้อ่านแล้วจริง
  3. แบบฝึกหัด (quiz) 
    วิทยากร/กระบวนกร อาจเลือกตัดสินใจได้ว่าแบบฝึกหัดชุดใดจะเก็บคะแนนหรือไม่เก็บ? จะบังคับให้ต้องทำก่อนจึงจะไปต่อได้หรือไม? จะต้องทำให้ได้คะแนนถึงระดับใดจึงจะผ่าน? จะให้ทำซ้ำได้กี่ครั้ง? จับเวลาในการทำหรือไม่? ฯลฯ โดยรูปแบบของแบบฝึกหัดอาจเป็น:

    • คำถามปรนัย เช่น screenshot-2016-09-15-22-47-37
    • คำถามอัตนัย เช่น screenshot-2016-09-15-22-47-58 ซึ่งมีทั้งแบบตอบสั้น (ตรวจได้อัตโนมัติ) และตอบยาว (ต้องให้คนตรวจ)
    • คำถามถูกหรือผิด เช่น screenshot-2016-09-15-22-48-21
  4. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (forum หรือ workshop)
    • ในรูปแบบ forum วิทยากรอาจกำหนดให้แต่ละคนโพสต์หนึ่งเรื่อง โดยเขียนข้อความและอาจใส่รูปภาพด้วย จากนั้นทุกคนจะเห็นคำตอบของทุกคน และสามารถช่วย comment ให้เพื่อนได้ เช่น
      screenshot-2016-09-15-22-50-41
    • ในรูปแบบ workshop ผู้เรียนสามารถพิมพ์คำตอบและอัพโหลดไฟล์อะไรก็ได้ (0 ถึง 7 ไฟล์) โดยแต่ละคนจะยังไม่เห็นคำตอบของคนอื่นๆ จนกว่าวิทยากรจะปิดระบบการส่ง และมอบหมายให้ เพื่อนประเมินเพื่อน (peer assessment) โดยระบบสามารถจับคู่ผู้ประเมินให้ได้ สามารถปิดบังชื่อจริงให้ได้ กำหนดจำนวนผู้ประเมินได้ จากนั้นหลังจากการประเมินเสร็จสิ้น วิทยากรอาจเลือกงานบางชิ้นนำขึ้นแสดงให้ผู้เรียนทุกคนมองเห็นก็ได้ เช่น
      screenshot-2016-09-15-22-50-44

แบบฝึกหัด

ชนิดของแบบฝึกหัดที่ได้ยกมาเป็นตัวอย่าง 3 แบบ นั้นเป็นเพียงส่วนน้อย แท้จริงแล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ ดังภาพ:

screenshot-2016-09-14-15-38-18

คำถามอัตนัย แบบคำตอบสั้นและคำตอบยาว หน้าตาเป็นแบบนี้

  1. สำหรับข้อแรก เราสามารถให้ระบบช่วยตรวจอัตโนมัติได้ โดยตั้งค่าไว้ว่าถ้าคำตอบคือ “outcome-based education” หรือ “outcome based education” (ไม่มี hyphen) จะได้คะแนนเต็ม 100% แต่ถ้าตอบว่า “online based education” อาจได้คะแนนบางส่วน เช่น 20%
  2. สำหรับข้อที่สอง เราสามารถระบุได้ว่าจะเว้นที่ไว้กี่บรรทัด เนื่องจากคำตอบที่ถูกต้องมีได้หลายแบบ ระบบจึงไม่สามารถช่วยตรวจให้ได้ (แต่วิทยากรสามารถเข้ามาตรวจให้คะแนน และให้ feedback ได้)

screenshot-2016-09-15-11-42-29

คำถามปรนัย จะมีกี่ตัวเลือก (choices) ก็ได้ ระบบสามารถสลับตัวเลือกให้โดยอัตโนมัติได้ เช่น:

screenshot-2016-09-15-11-42-47

สำหรับชุดคำถาม True-False ที่มีหลายข้อ ระบบจะช่วยแสดง progress การตอบคำถามผ่าน icon รูปไพ่ใบเล็กทางซ้ายมือ   ทำให้ผู้เรียนสามารถข้ามบางคำถามไปก่อนแล้วค่อยกลับมาทำได้ง่าย นอกจากนี้ระบบยังสามารถช่วยสลับลำดับของคำถามให้ได้อีกด้วย ดังภาพ:

screenshot-2016-09-15-11-43-34

เมื่อส่งข้อสอบ (Finish attempt) แล้วระบบก็จะตรวจให้ และรายงานผลทันที ดังภาพ:

screenshot-2016-09-15-11-43-56

วิทยากรสามารถเขียนคำอธิบายประกอบเฉลยได้ เช่นกรณีข้อ 6 ซึ่งคำตอบเป็น False วิทยากรอาจอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้เรียนทราบว่าทำไมข้อนี้จึงผิด และคำตอบที่ถูกคืออะไร ดังภาพ:

screenshot-2016-09-15-11-44-05

ผู้เรียนสามารถลองทำ (attempt) แบบฝึกหัดได้หลายครั้งถ้าวิทยากรอนุญาต และระบบจะบันทึกคะแนนจากครั้งที่ได้คะแนนสูงสุดไว้ให้ ผู้เรียนสามารถดูความคืบหน้าของตนเองได้ ดังภาพ

screenshot-2016-09-15-11-44-19

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Forum)

วิทยากรอาจกำหนดหัวข้อการสนทนา และสร้างห้องสนทนาให้ผู้เรียนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และเขียนตอบความคิดเห็นของคนอื่นๆ ได้ โดยผู้เรียนสามารถเขียนข้อความและใส่รูปภาพได้ แต่แนบ (attach) ไฟล์ชนิดอื่นไม่ได้ วิทยากรอาจเลือกบังคับให้ทุกคนต้องเขียนความเห็นอย่างน้อยหนึ่งข้อความก็ได้ (จึงจะถือว่าผ่าน) อาจกำหนดให้แต่ละคนโพสได้เพียงหนึ่งเรื่องหรือหลายเรื่องก็ได้ อาจกำหนดให้ต้องเขียนแสดงความคิดเห็นตนเองเสียก่อนจึงจะมองเห็นความคิดเห็นของเพื่อนก็ได้

Forum มีอยู่ 5 ชนิด ดังภาพ:

screenshot-2016-09-15-11-46-17

ตัวอย่างของคำถามเพื่อใช้ในการสนทนา:

screenshot-2016-09-15-11-44-30

ข้อดีของการสนทนาแบบนี้คือ ทุกคนจะมองเห็นข้อความของคนทุกคน รวมถึง feedback ที่ได้รับจากวิทยากร ทำให้สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้แบบเปิดเผย

การติดตามความคืบหน้า

วิทยากร/กระบวนกร/ผู้ช่วยสอน สามารถติดตามความคืบหน้าของผู้เรียนในการร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ (การร่วมกิจกรรมหมายถึงการเปิดหนังสืออ่าน, การเปิดวิดิโอ, การทำแบบฝึกหัด, การเขียนใน forum เป็นต้น) ผ่านทาง activity completion report ดังภาพ:

screenshot-2016-09-15-23-35-27

สามารถคลิกที่ชื่อผู้เรียนคนใดคนหนึ่งและกดดู complete report ได้ เช่นเมื่อกดที่ Student 1 พบว่า

  • ผู้เรียนกดดูวิดิโอแนะนำ KMUTT 3.0 จำนวนสามครั้ง
  • ผู้เรียนดาวน์โหลดไฟล์เอกสารไปอ่านแล้วหรือยัง และโหลดครั้งล่าสุดเมื่อใด
  • ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดแล้วหรือยัง ได้คะแนนเท่าใด

screenshot-2016-09-15-23-40-53

ระบบเพื่อนประเมินเพื่อน (peer assessment) ใน Workshop

เริ่มจากการตั้งคำถาม

ลองจินตนาการดูว่า “ห้องเรียนในฝัน” ควรมีลักษณะเช่นไร? ท่านสามารถตอบได้โดยเขียนข้อความ และ/หรือ อัพโหลด รูปภาพ เสียง หรือไฟล์ชนิดใดก็ได้ (เช่น pdf, docx, pptx, xlsx, mp3, jpg, png) อย่างน้อย 1 ไฟล์ แต่ไม่เกิน 7  ไฟล์

screenshot-2016-09-15-13-04-36

จากนั้นวิทยากรจะต้องตัดสินใจเรื่องนโยบายการให้คะแนน ซึ่งเแบ่งเป็นสองส่วนคือ

  1. คุณภาพของงาน (ค่ามาตรฐาน 80%)
  2. ความสามารถในการประเมินงานของเพื่อน (ค่ามาตรฐาน 20%)

ซึ่งหลังจากการประเมินโดยเพื่อน ระบบจะคำนวนคะแนนทั้งสองส่วนนี้ให้ และอนุญาตให้วิทยากรสามารถ ล้วงลูก (override) แก้คะแนนได้

การส่งงาน

นักศึกษาสามารถส่งงานโดยจะพิมพ์คำตอบหรือไม่ก็ได้ อัพโหลดไฟล์หรือไม่ก็ได้ ตัวอย่างเช่น:

  • ส่งเป็นข้อความอย่างเดียว ไม่มีภาพ ไม่มีไฟล์
    screenshot-2016-09-16-10-54-12
  • ส่งเป็นภาพ 2 ภาพ แต่ไม่เขียนข้อความ
    screenshot-2016-09-15-13-35-26
  • มีทั้งข้อความและภาพประกอบ
    screenshot-2016-09-16-10-58-46
  • ส่งงานเป็นไฟล์ MS Word
    screenshot-2016-09-16-10-59-32
  • ส่งงานเป็นไฟล์เสียงที่บันทึกโดยเครื่องอัดเสียง (mp3) ซึ่งเหมาะสำหรับงานสัมภาษณ์ และงาน reflection ยาวๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพิมพ์

    screenshot-2016-09-16-11-00-19

มุมมองของผู้สอน

ผู้สอนจะเห็นงานที่แต่ละคนส่งมา สามารถคลิกดูเนื้อหาของงานได้ สามารถระบุได้ว่าจะให้ใครประเมินงานของใคร หรือจะสั่งให้ระบบช่วยสุ่มจับคู่ผู้ประเมิน-ผู้ถูกประเมินก็ได้ สามารถระบุได้ด้วยว่าต้องการให้แต่ละชิ้นงานมีผู้ประเมินกี่คน

screenshot-2016-09-15-13-35-46

เมื่อผู้หมดเวลาส่งงานแล้ว ผู้สอนสามารถปิดรับงาน และก้าวเข้าสู่ขั้นตอนของการประเมินได้ ระบบจะบอกให้ทราบว่าใครจะต้องประเมินใคร (moodle เรียก การจับคู่ นี้ว่า allocation)

screenshot-2016-09-15-13-37-09

ผู้สอนสามารถล้วงลูกเพื่อเปลี่ยนแปลง allocation นี้ได้

screenshot-2016-09-15-13-37-37

มุมมองของผู้ประเมิน

จากนั้นผู้เรียนจะมองเห็นรายการของชิ้นงานที่ตนเองได้รับมอบหมายให้ประเมิน (Assess)

screenshot-2016-09-15-13-37-58

ผู้ประเมินสามารถให้คะแนนตาม criteria ที่ผู้สอนกำหนด โดยจะให้เป็นคะแนน (ตัวเลข) ก็ได้ หรือจะให้เป็น descriptive scale ก็ได้ (เช่น ควรปรับปรุง, พอใช้, ปานกลาง, ดี, ดีมาก) และผู้ประเมินอาจเขียน comment แยกตาม criteria ก็ได้ หรือจะเขียนเป็น overall comment รวบยอดทีเดียวก็ได้ ผู้สอนสามารถตัดสินใจวางนโยบายได้ว่าจะบังคับให้ผู้เรียนต้องเขียน overall comment หรือไม่ก็ได้

ผลการประเมิน

หลังเสร็จสิ้นการประเมินโดยผู้เรียน ผู้สอนสามารถแก้คะแนนได้ (ล้วงลูก/override) และปิดระบบประเมิน จากนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะ publish งานชิ้นใด การ publish คือการทำให้งานนั้นเป็นสาธารณะ สามารถมองเห็นได้โดยผู้เรียนคนอื่นๆ ทุกคน (ข้อเสียตรงจุดนี้คือผู้สอนจะต้องคลิกเพื่อ publish งานที่ละชิ้น ไม่มีปุ่ม publish all ดังนั้นถ้ามีงานจำนวนหลายชิ้นก็จะต้องเหนื่อยหน่อย)

ผู้เรียนสามารถเห็นคะแนนและ feedback ที่เพื่อนๆ เขียนให้ตนเองได้ และมองเห็นข้อสรุป (conclusion) จากผู้สอน

screenshot-2016-09-15-14-03-23


Moodle ยังทำได้อีกหลายอย่าง

  • ระบบนี้สามารถใช้งานได้บนโทรศัพท์ (mobile devices and tablets)
  • มีการ backup ข้อมูลทุกคืน
  • สามารถออกแบบ course ได้โดยการ drag & drop
  • สามารถ import users จำนวนมากในคราวเดียวจากไฟล์ตาราง csv (export จาก spreadsheet) ได้

Moodle ไม่ใช่ผู้วิเศษ

  1. เมื่อเทียบกับความสามารถของระบบ Online Peer Assessment ของ CELT (published at ICLIST 2015) แล้วพบว่า ระบบ peer assessment ของ Moodle ยังมีข้อจำกัดคือ
    • ไม่สามารถให้ผู้เรียนกำหนดเกณฑ์การประเมิน (criteria) เองได้
    • ไม่สามารถรองรับงานกลุ่มได้
    • ไม่รองรับการประเมินด้วย reaction cards
  2. User interface (UI) ของ Moodle แบบมาตรฐาน ค่อนข้างซับซ้อน เข้าใจยาก
    • จำเป็นต้องทดลองใช้ theme ต่างๆ เพื่อให้ดูเรียบง่าย และใช้งานได้ง่ายขึ้น
    • จำเป็นต้องลงทุนทางด้านเวลาในการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาวิธี hack ส่วนต่างๆ ให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ

Acknowledgement

  • ขอบคุณหนังสือคู่มือ CELT ที่ผลิดโตย อ.สกล และทีมงาน (พี่จอย พี่อ้อม ฯลน)
  • ขอบคุณพี่อ้อม (จันทิมา) ที่ช่วยคิดคำถามสำหรับ quiz และช่วยทดสอบระบบ
  • ขอบคุณเมตตาที่ช่วยเลือก theme สวยๆ (แต่ยังไม่ได้นำมาติดตั้ง)
  • ขอบคุณ Moodle ที่ผลิตระบบ e-Learning ให้เรานำมาปรับใช้ได้ฟรี
  • image credits