eeg-methode

คลื่นสมองกับการเรียนรู้

Print Friendly

คลื่นสมอง โดยทั่วไปจะหมายถึง Electroencephalography (EEG) ซึ่งเป็นการตรวจจับความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ผิวหนังบริเวณศีรษะ ความต่างศักย์นี้เกิดจากการทำงานด้วยการส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างกันของเซลล์ประสาทจำนวนมากในสมองส่วนที่ใกล้กับขั้วไฟฟ้าที่เราใช้ในการวัด คลื่นสมองนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางการแพทย์และการวิจัย ในปัจจุบันยังได้มีการประยุกต์นำคลื่นสมองนี้มาใช้สั่งการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ด้วย คลื่นสมองสามารถแบ่งเป็น 6 ประเภท ตามความถี่ของคลื่นได้ดังนี้

  1. Delta wave มีความถี่อยู่ในช่วง 0 – 4 เฮิรตซ์ คลื่นประเภทนี้จะปรากฏในขณะที่เราหลับลึก หรือที่เรียกว่า การนอนในช่วง Non-rapid eye movement ในขั้นที่ 3 และ 4 การหลับลึกจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า Slow-wave sleep
  2. Theta wave มีความถี่อยู่ในช่วง 4 – 7 เฮิรตซ์ จะพบคลื่นสมองประเภทนี้มากในเด็กเล็ก สำหรับในเด็กโตและวัยผู้ใหญ่ คลื่นสมองชนิดนี้จะปรากฏเมื่อกำลังมีสมาธิ ครึ่งหลับครึ่งตื่น หรือในการนอนหลับที่ไม่ใช่การหลับลึก
  3. Alpha wave มีความถี่อยู่ในช่วง 7.5 – 12.5 เฮิรตซ์ พบที่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น และจะเกิดเมื่อมีการผ่อนคลายด้วยการหลับตา และคลื่นสมองชนิดนี้จะลดลงเมื่อลืมตาหรือนอนหลับ
  4. Mu wave อยู่ในช่วงความถี่เดียวกับ Alpha wave แต่พบที่สมองคนละส่วน โดย Mu wave จะพบในสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และจะเด่นชัดเมื่อร่างกายไม่มีการเคลื่อนไหว และจะหายไปเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือจินตนาการว่าตนเองกำลังเคลื่อนไหวร่างกาย และยังรวมถึงเมื่อกำลังมองผู้อื่นเคลื่อนไหวร่างกายอีกด้วย
  5. Beta wave มีความถี่อยู่ในช่วง 12.5 – 30 เฮิรตซ์ พบได้ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะตามปกติ
  6. Gamma wave มีความถี่อยู่ในช่วง 25 – 100 เฮิรตซ์

รู้หรือไม่?

  • ในทางการแพทย์ คลื่นสมองถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคลมชักมากที่สุด รองลงมาคือ ใช้กับอาการโคม่าและสมองตาย ลำดับสามคือ ใช้วิเคราะห์อาการผิดปกติที่เกี่ยวการนอนหลับ
  • คลื่นสมองของมนุษย์ถูกบันทึกเป็นครั้งแรกโดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันชื่อ Hans Berger ตั้งแต่ปี 1924 หรือเมื่อ 90 ปีที่แล้ว
  • คลื่นสมองที่เราวัดได้จะเกิดจากปฏิกิริยาทางไฟฟ้าของสมองที่บริเวณใกล้กะโหลกศีรษะเท่านั้น ไม่สามารถวัดปฏิกิริยาทางไฟฟ้าของสมองในส่วนที่อยู่ลึกลงไปได้ เนื่องจากความเข้มของสนามความต่างศักย์จะลดลงตามระยะทาง

คลื่นสมองกับการเรียนรู้

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างคลื่นสมองกับการเรียนรู้ แต่มีทฤษฎีเสนอว่า Theta wave ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และความทรงจำ โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้านมิติสัมพันธ์ และยังมีงานวิจัยที่บ่งชี้ให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้คลื่นสมองในการทำนายความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล รวมถึงอาจจะนำไปใช้ในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และโรคสมาธิสั้นได้อีกด้วย

อ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Electroencephalography

picture credit: https://www.koku.uni-hamburg.de/656630.jpg?name=eeg-methode