Item Response Theory

วันนี้ได้คุยกับอาจารย์ปกป้องเกี่ยวกับโมเดลที่ใช้เพิ่มความเชื่อถือได้ของคะแนนจากระบบเพื่อนประเมินเพื่อน มี paper (ใหม่) ฉบับหนึ่งน่าสนใจ เกี่ยวกับ Item Response Theory จึงขอนำบทคัดย่อมาแปะไว้ที่นี่ Authors: Masaki Uto https://sites.google.com/site/utomasaki/research Maomi Ueno Abstract: As an assessment method based on a constructivist approach, peer assessment has become popular in recent years. However, in peer assessment, a problem remains that reliability depends on the rater characteristics. For this reason, some item response models…

screen-shot-2559-11-16-at-5-14-54-am

ทำเครื่องวัดคลื่นสมองด้วย 3D printer

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อที่จะสร้างเครื่องวัดคลื่นสมอง ทุกคนสามารถที่จะซื้อกล้องดูดาวเพื่อใช้ในการสำรวจอวกาศ ถ้าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจบางสิ่งบางอย่างเช่น สมอง อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่เกิดจากกลุ่ม Startup จาก Brooklyn ที่ชื่อว่า OpenBCI โดยกลุ่มนี้ได้ทดลองจากห้องแล๊ปเล็กๆ เช่น ทดลองบังคับให้ของเล่นปลาฉลามวิ่งตามที่สมองคิดโดยใช้ OpenBCI กับไมโครคอนโทรเลอร์สุดฮิต Arduino OpenBCI เป็นสิ่งที่ทีมงานอยากทำให้ทุกคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่มีเงินไปซื้อเครื่องวัดสมองราคาแพงระดับล้านมาใช้ในการทดลอง ราคาเริ่มต้นของชุตคิทคือ $450 เหรียญ ตัวหมวกมีรูปร่างลักษณะคล้ายหมวกจักรยานซึ่งจะมีความแตกต่างกับหมวกที่นักประสาทวิทยาใช้กัน ตัวหมวกใช้ขั้วอิเลคโทดแบบแห้งซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องใช้เจลแบบน้ำที่ยุ่งยากในการติดตั้งบนศรีษะคุณ ตัวเซนเซอร์นี้ก็จะส่งสัญญาณไปที่บอร์ดเป็นสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็ก หลังจากนั้นคุณก็จะเห็นคลื่นสมองในความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งจริงๆก็ใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องวัดกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า EMG ล่าสุดทางทีมได้พัฒนาเซนเซอร์ช่องทางจาก 16 ถึง 21 ช่องทาง ซึ่งทางทีมจะพยายามเพิ่มช่องทางหรือจำนวนเซนเซอร์ให้มากถึง 60 ตัวในอนาคตเพื่อความละเอียดในการวัดสมองทุกจุด สิ่งที่ทีมทำให้ผลิตภัณฑ์เขาแปลกคือ การทำธุรกิจแบบ Open source ซึ่งก็คล้ายกับที่ Google ทำ ทั้งตัวหมวกและตัวซอฟแวร์สามารถดาวโหลดได้จากเว๊ป ส่วนที่ต้องซื้อคือ บอร์ดและตัวอุปกรณ์เซนเซอร์ ดูรายละเอียดการทำได้เพิ่มเติมที่ Learning Page เราคงสงสัยว่าทำไมเขาใจดีขนาดนี้แล้วเขาจะทำมาหากินอะไรต่อถ้ามีคนทำเลียนแบบเขา คำตอบคือ สิ่งที่เขาทำสามารถที่จะถูกลอกเลียนแบบง่ายแต่สิ่งที่ลอกเลียนแบบไม่ได้คือ สมองของคนทำงาน ทีมพวกนี้ได้มีการคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นยิ่งเปิดความลับการวิจัย เขาก็ยิ่งได้เพราะคนทั่วไปได้ทดลองและเกิดไอเดียส่งกลับไปยังทีมเขาด้วย คราวนี้เรามาดูเครื่องพิมพ์สามมิติกันดีกว่า…